คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2552 ฉบับเต็ม

#419910
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2552 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นางกนกวรรณ หิรัญวัฒนะ โจทก์ร่วม ดาบตำรวจฉลอง จันทศร จำเลย ป.อ. มาตรา 278 การที่จำเลยเข้ามาทางด้านหลังแล้วจูบศรีษะโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมไม่ยินยอมถือได้ว่าโจทก์ร่วมถูกจำเลยกระทำอนาจารโดยโจทก์ร่วมอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ตาม ป.อ. มาตรา 278 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางกนกวรรณ หิรัญวัฒนะ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาท จำเลยเป็นข้าราชการเคยทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมาก่อน ไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกและเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยสักครั้ง โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายแก่กายโจทก์ร่วมโดยใช้มือจับศีรษะโจทก์ร่วมดังฟ้องจึงขาดองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น การที่จำเลยเข้ามาทางด้านหลังแล้วจูบศีรษะโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมไม่ยินยอมถือได้ว่าโจทก์ร่วมถูกจำเลยกระทำอนาจารโดยโจทก์ร่วมอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จึงครบองค์ประกอบความผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ส่วนที่จำเลยนำสืบปฏิเสธว่าจำเลยมิได้กระทำอนาจารโจทก์ร่วม จำเลยเพียงแต่ทะเลาะโต้เถียงกับโจทก์ร่วมนั้น เห็นว่า ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร-สถิตย์ ทาวุฒิ-อิศเรศ ชัยรัตน์) ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวิวุฒิ มณีนิล ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายคมสัน ศรีทองสุก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.646/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4106/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4074/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
419910
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครราชสีมา",
        "judge": "นายวิวุฒิ มณีนิล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายคมสัน ศรีทองสุก"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082004240"
    }
}
date
2552
deka_no
1612/2552
deka_running_no
1612
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร",
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "อิศเรศ ชัยรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 278"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางกนกวรรณ หิรัญวัฒนะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ดาบตำรวจฉลอง จันทศร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางกนกวรรณ หิรัญวัฒนะ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 4,000 บาท จำเลยเป็นข้าราชการเคยทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมาก่อน ไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกและเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยสักครั้ง โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายแก่กายโจทก์ร่วมโดยใช้มือจับศีรษะโจทก์ร่วมดังฟ้องจึงขาดองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น การที่จำเลยเข้ามาทางด้านหลังแล้วจูบศีรษะโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมไม่ยินยอมถือได้ว่าโจทก์ร่วมถูกจำเลยกระทำอนาจารโดยโจทก์ร่วมอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จึงครบองค์ประกอบความผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ส่วนที่จำเลยนำสืบปฏิเสธว่าจำเลยมิได้กระทำอนาจารโจทก์ร่วม จำเลยเพียงแต่ทะเลาะโต้เถียงกับโจทก์ร่วมนั้น เห็นว่า ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4106/2544
primary_red_case_no
อ4074/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000572.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.646/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552