คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15057/2551 ฉบับเต็ม

#419913
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15057/2551 พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นางลาภ พลายชนะ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 120, มาตรา 121 สมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเท่าแม่ ประชุมร่วมกันและลงลายมือชื่อร่วมกัน มอบอำนาจให้ ส. ร. และ ม. ไปร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลย มิใช่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเท่าแม่ เป็นผู้มอบอำนาจให้ไปร้องทุกข์แต่อย่างใด การร้องทุกข์จึงเป็นไปโดยชอบ พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนและโจทก์มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120,121 ศาลฎีกาเห็นสมควรยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนเงิน 371,512 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินที่ยังไม่ได้คืน 371,512 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏว่าในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเท่าแม่ ไม่เป็นนิติบุคคลจึงไม่เป็นผู้เสียหายในคดีนี้ไม่มีอำนาจมอบอำนาจให้บุคคลใดแจ้งความร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยข้อเท็จจริงและพิพากษายกฟ้อง โดยมิได้วินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นสมควรยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัย เห็นว่า สมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเท่าแม่ประชุมและร่วมกันมอบอำนาจให้นายสมนึก นายรวยและนายสมเกียรติไปร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยตามเอกสารหมาย จ.4 มิใช่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเท่าแม่ เป็นผู้มอบอำนาจให้ไปร้องทุกข์ แต่อย่างใด การร้องทุกข์จึงเป็นไปโดยชอบ พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนและโจทก์มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120, 121 อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. (ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-มานัส เหลืองประเสริฐ-อาวุธ ปั้นปรีชา) ศาลจังหวัดกระบี่ - นายสุชาติ สุวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นางสิริรัตน์ จันทรา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5925/2548 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2684/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2192/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
419913
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกระบี่",
        "judge": "นายสุชาติ สุวินิจฉัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นางสิริรัตน์ จันทรา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005492"
    }
}
date
2551
deka_no
15057/2551
deka_running_no
15057
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "มานัส เหลืองประเสริฐ",
    "อาวุธ ปั้นปรีชา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 120",
            "ม. 121"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางลาภ พลายชนะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนเงิน 371,512 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินที่ยังไม่ได้คืน 371,512 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏว่าในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเท่าแม่ ไม่เป็นนิติบุคคลจึงไม่เป็นผู้เสียหายในคดีนี้ไม่มีอำนาจมอบอำนาจให้บุคคลใดแจ้งความร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยข้อเท็จจริงและพิพากษายกฟ้อง โดยมิได้วินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นสมควรยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัย เห็นว่า สมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเท่าแม่ประชุมและร่วมกันมอบอำนาจให้นายสมนึก นายรวยและนายสมเกียรติไปร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยตามเอกสารหมาย จ.4 มิใช่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเท่าแม่ เป็นผู้มอบอำนาจให้ไปร้องทุกข์ แต่อย่างใด การร้องทุกข์จึงเป็นไปโดยชอบ พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนและโจทก์มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120, 121 อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2684/2543
primary_red_case_no
อ2192/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000583.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5925/2548
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551