คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11181/2551 ฉบับเต็ม

#419918
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11181/2551 พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว โจทก์ นางกุหลาบ เมิงขุนทด ผู้ร้อง นายละไม เมิงขุนทด จำเลย ป.อ. มาตรา 36 คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้องเพียงว่า ศาลจะสั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่เท่านั้น ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดเพราะจำเลยไม่รู้ว่ารถยนต์บรรทุกของกลางบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นเรื่องที่จำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้ในคดีหลัก ผู้ร้องจะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาว่ากล่าวในชั้นร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางไม่ได้ ในคดีหลักศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางและคดีถึงที่สุดแล้ว แม้คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องกึ่งหนึ่ง ศาลชั้นต้นก็ไม่จำต้องสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางเพียงกึ่งหนึ่งอีกเพราะเป็นการสั่งซ้ำ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 และริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-3580 นครราชสีมา ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-3580 นครราชสีมา ของกลาง เพียงกึ่งหนึ่ง และอีกกึ่งหนึ่งให้คืนแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-3580 นครราชสีมา ของกลาง เพียงกึ่งหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาว่า จำเลยไม่รู้ว่ารถยนต์บรรทุกของกลางบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น เห็นว่า คดีนี้มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้องเพียงว่า ศาลจะสั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของ และมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่เท่านั้น ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดเพราะจำเลยไม่รู้ว่ารถยนต์บรรทุกของกลางบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นเรื่องที่จำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้ในคดีหลัก ผู้ร้องจะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาว่ากล่าวในชั้นร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาที่ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางกึ่งหนึ่งชอบหรือไม่ เห็นว่า ในคดีหลักศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางและคดีถึงที่สุดแล้ว แม้คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องกึ่งหนึ่ง ศาลชั้นต้นก็ไม่จำต้องสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางเพียงกึ่งหนึ่งอีกเพราะเป็นการสั่งซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาขอให้สั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกึ่งหนึ่งแก่ผู้ร้องนั้น เห็นว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีผลให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางกึ่งหนึ่งแก่ผู้ร้องยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว ฎีกาของผู้ร้องไม่เป็นการโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายืน (บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย-ธานิศ เกศวพิทักษ์-สิงห์พล ละอองมณี) ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายนรวัฒน์ สวยงาม ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายภาภูมิ สรอัฑฒ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3891 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
419918
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสีคิ้ว",
        "judge": "นายนรวัฒน์ สวยงาม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายภาภูมิ สรอัฑฒ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005614"
    }
}
date
2551
deka_no
11181/2551
deka_running_no
11181
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์",
    "สิงห์พล ละอองมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางกุหลาบ เมิงขุนทด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายละไม เมิงขุนทด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 และริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-3580 นครราชสีมา ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-3580 นครราชสีมา ของกลาง เพียงกึ่งหนึ่ง และอีกกึ่งหนึ่งให้คืนแก่ผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-3580 นครราชสีมา ของกลาง เพียงกึ่งหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาว่า จำเลยไม่รู้ว่ารถยนต์บรรทุกของกลางบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น เห็นว่า คดีนี้มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้องเพียงว่า ศาลจะสั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของ และมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่เท่านั้น ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดเพราะจำเลยไม่รู้ว่ารถยนต์บรรทุกของกลางบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นเรื่องที่จำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้ในคดีหลัก ผู้ร้องจะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาว่ากล่าวในชั้นร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาที่ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางกึ่งหนึ่งชอบหรือไม่ เห็นว่า ในคดีหลักศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางและคดีถึงที่สุดแล้ว แม้คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องกึ่งหนึ่ง ศาลชั้นต้นก็ไม่จำต้องสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางเพียงกึ่งหนึ่งอีกเพราะเป็นการสั่งซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาขอให้สั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกึ่งหนึ่งแก่ผู้ร้องนั้น เห็นว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีผลให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางกึ่งหนึ่งแก่ผู้ร้องยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว ฎีกาของผู้ร้องไม่เป็นการโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000584.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3891
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551