ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2060/2544
ธนาคาร นครหลวงไทย จำกัด (มหาชน
โจทก์
บริษัท ไทยฮั้วหลี จำกัด
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 149, มาตรา 156, มาตรา ตาราง 1, มาตรา
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45
การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนอนาถา ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ไม่ว่าจะเป็นค่าอ้างเอกสาร ค่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 วรรคท้ายประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มาตรา 45
___________________________
คดีสืบเนื่องมาจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยมิได้เดือดร้อนทางการเงินถึงขนาดเป็นคนยากจนหรือไม่มีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ จึงให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 2 มิถุนายน 2544
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยแล้ว ได้ความจากคำเบิกความของนายมนู หงษ์พิสุทธิ์หรือแซ่โง้ว กรรมการผู้จัดการของจำเลย พยานจำเลยว่าจำเลยยังมีเครื่องมือที่ใช้อยู่ในโรงงานของจำเลยได้แก่ พวกหัวตัดและถังแก๊สออกซิเจน เครื่องมือที่มีอยู่ดังกล่าวเดิมมีราคาประมาณ 30,000,000บาท แต่ปัจจุบันมีมูลค่าน้อยลงน่าเชื่อว่าปัจจุบันเครื่องมือดังกล่าวก็ยังมีราคาพอสมควร นอกจากนี้จำเลยมีอะไหล่เครื่องจักรเก่าที่เหลือเก็บอยู่ในโรงงานของจำเลยอีกจำนวนหนึ่งด้วยเพียงแต่จำเลยอ้างว่ายังไม่สามารถขายได้เท่านั้น ดังนี้ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินเพียงพอเสียค่าธรรมเนียมได้ จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา คำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ก็ให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้
อนึ่ง คำร้องอุทธรณ์คำสั่งกรณีนี้ และการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนอนาถา ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 วรรคท้าย ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 45 จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน 200 บาท กับค่าอ้างเอกสารชั้นไต่สวนอนาถาจำนวน 25 บาทให้แก่จำเลย"
(สุรชาติ บุญศิริพันธ์-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-ชาญชัย ลิขิตจิตถะ)
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
1."การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนอนาถา" ที่จะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลเนื่องจากได้รับยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 วรรคท้าย นั้น หมายความเฉพาะกระบวนพิจารณาที่ดำเนินอยู่ภายในขั้นตอนหรือเกี่ยวกับการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาเท่านั้น 1.1 หากในการไต่สวนคำร้องนั้นจำเลยอ้างเอกสารเป็นพยานประกอบเข้ามาด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ดำเนินอยู่ภายในระหว่างขั้นตอนการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ดังนั้น จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสีย "ค่าอ้างเอกสารเป็นพยาน" ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในตาราง 2 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1.2 หลังจากเสร็จการไต่สวนคำร้องแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้ายถือว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ยังเกี่ยวกับการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ดังนั้น จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล 2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 วรรคท้ายเป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะเป็นข้อยกเว้น ให้ผู้ร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ในการตีความข้อยกเว้นดังกล่าวต้องกระทำอย่างเคร่งครัดคือใช้บังคับเฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 วรรคท้าย เท่านั้น ไม่ตีความกว้างออกไปรวมถึงกระบวนพิจารณาอื่นใดนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ ตัวอย่างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคหนึ่ง ผู้ที่มีความจำนงจะฟ้องหรือต่อสู้คดีอย่างคนอนาถาจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาในเบื้องต้นรวม 2 ประการคือ (1)"ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่จะฟ้องหรือได้ฟ้องคดีไว้นั้นพร้อมกับคำฟ้อง ฯลฯ" และ (2)"สาบานตัวให้คำชี้แจงว่าตนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล" ดังนี้ หากจำเลยยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาตาม (1) แล้วมิได้สาบานตัวให้คำชี้แจงตาม (2) ไว้ทันทีที่ยื่นคำร้องนั้น แต่กลับยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งขอผัดการสาบานตัวออกไปเพื่อกระทำในวันอื่นภายหลัง กรณีนี้ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า "คำร้องขอผัดการสาบานตนของจำเลยประกอบคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาตามมาตรา 156 ต่อไปอีก 3 วันนั้น เป็นคำร้องที่ขอให้ศาลปฏิบัติการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 149 วรรคสาม และยังไม่เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนอนาถาด้วย คำร้องที่เป็นพิเศษขึ้นมาเช่นนี้จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมคำร้องตามระเบียบ"(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301-1302/2501) จะเห็นได้ว่า การสาบานตัวให้คำชี้แจงว่าตนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลนั้น เป็นกระบวนพิจารณาเบื้องต้นที่ยังไม่ถึงขั้นตอนการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาหรือเป็นกระบวนพิจารณาที่ยังไม่เกี่ยวกับการไต่สวนอนาถานั่นเอง 3. ดังนี้พอสรุปเป็นหลักได้ว่า ในการขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา กระบวนพิจารณาที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลนั้น (1) จะต้อง "เกี่ยวกับ" การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนอนาถา และ(2) จะต้อง "มิใช่" กระบวนพิจารณาที่ให้ศาลปฏิบัติการ "อย่างอื่นเป็นพิเศษนอกเหนือจาก" ที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 149 วรรคท้าย เช่น กรณีอ้างเอกสารเป็นพยานประกอบการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา (ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสีย "ค่าอ้างเอกสารเป็นพยาน") และกรณียื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย (ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสีย "ค่าขึ้นศาล 200 บาท")ส่วนกรณีที่ไม่ต้องด้วยหลักดังกล่าว เช่น กรณียื่นคำร้องขอผัดการสาบานตัวให้คำชี้แจงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคหนึ่งไปเพื่อกระทำในวันอื่นภายหลัง ไม่ได้รับยกเว้นใด ๆ ต้องเสียค่าคำร้องมาด้วย วราคมน์เลี้ยงพันธุ์,กรกันยาสุวรรณพานิช