คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2267/2544 ฉบับเต็ม

#42012
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2267/2544 นาง กาญจนา ชัชวงศ์ โจทก์ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 293 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 แม้คำร้องของจำเลยจะระบุว่าขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) แต่เนื้อหาในคำร้องเป็นการขอให้งดการบังคับคดีเพื่อขอหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 293 วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกัน คดีนี้จำเลยฟ้องโจทก์ที่ศาลอื่นจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะหักกลบลบหนี้ได้ และเมื่อศาลมีคำสั่งตามคำร้องดังกล่าวไม่ว่าจะสั่งให้มีผลในทางใด คำสั่งของศาลย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคสาม จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 11,400 บาท ค่าชดเชยจำนวน 108,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี จากต้นเงินค่าจ้างค้างจ่ายนับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน2540 อันเป็นวันเลิกจ้างไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 จ่ายค่าชดเชยจำนวน 25,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษายืน โจทก์ขอหมายบังคับคดีเพื่อบังคับตามคำพิพากษา จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า จำเลยได้เป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5170/2542 ฟ้องโจทก์ที่ 1 เป็นจำเลย ข้อหาฉ้อโกง โดยมีคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายและได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ที่ 2 เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดมีนบุรีข้อหาละเมิด ซึ่งรูปคดีของจำเลยมีโอกาสชนะคดีเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจะไม่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตนโดยวิธีอื่นเพราะสามารถหักกลบลบหนี้กันได้ ขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนจนกว่าคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ทั้งสองจะถึงที่สุด ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องของจำเลยแล้วเห็นว่าจำเลยเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องโจทก์ที่ 1 ยังศาลจังหวัดสระบุรี และจำเลยได้ฟ้องโจทก์ที่ 2 ยังศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งเป็นคดีที่ฟ้องยังศาลอื่น ไม่สามารถหักกลบลบหนี้กันได้ จึงไม่มีเหตุที่จะงดการบังคับคดี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคแรก จึงให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้ พิเคราะห์แล้ว คำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2544แม้จะระบุที่มุมบนด้านซ้ายขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) แต่เนื้อหาในคำร้องเป็นการให้งดการบังคับคดีเพื่อขอหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 293 วรรคแรก ซึ่งต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกัน คดีนี้จำเลยฟ้องโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ที่ศาลอื่น จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะหักกลบลบหนี้กันได้ตามมาตรา 293 วรรคแรก และมาตรา 293 วรรคสามที่แก้ไขใหม่บัญญัติให้คำสั่งของศาลตามมาตรานี้เป็นที่สุดหมายความว่า เมื่อศาลมีคำสั่งตามคำร้องดังกล่าวแล้วไม่ว่าจะสั่งให้มีผลในทางใดก็ให้เป็นที่สุด ดังนั้นคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งยกคำร้องของจำเลยจึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลย (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-สกนธ์ กฤติยาวงศ์-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42012
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065697"
    }
}
date
2544
deka_no
2267/2544
deka_running_no
2267
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 293"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง กาญจนา ชัชวงศ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 11,400 บาท ค่าชดเชยจำนวน 108,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี จากต้นเงินค่าจ้างค้างจ่ายนับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน2540 อันเป็นวันเลิกจ้างไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 จ่ายค่าชดเชยจำนวน 25,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องแย้งของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษายืน

โจทก์ขอหมายบังคับคดีเพื่อบังคับตามคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า จำเลยได้เป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5170/2542 ฟ้องโจทก์ที่ 1 เป็นจำเลย ข้อหาฉ้อโกง โดยมีคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายและได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ที่ 2 เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดมีนบุรีข้อหาละเมิด ซึ่งรูปคดีของจำเลยมีโอกาสชนะคดีเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจะไม่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตนโดยวิธีอื่นเพราะสามารถหักกลบลบหนี้กันได้ ขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนจนกว่าคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ทั้งสองจะถึงที่สุด ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องของจำเลยแล้วเห็นว่าจำเลยเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องโจทก์ที่ 1 ยังศาลจังหวัดสระบุรี และจำเลยได้ฟ้องโจทก์ที่ 2 ยังศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งเป็นคดีที่ฟ้องยังศาลอื่น ไม่สามารถหักกลบลบหนี้กันได้ จึงไม่มีเหตุที่จะงดการบังคับคดี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคแรก จึงให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้

พิเคราะห์แล้ว คำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2544แม้จะระบุที่มุมบนด้านซ้ายขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) แต่เนื้อหาในคำร้องเป็นการให้งดการบังคับคดีเพื่อขอหักกลบลบหนี้ตามมาตรา 293 วรรคแรก ซึ่งต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกัน คดีนี้จำเลยฟ้องโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ที่ศาลอื่น จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะหักกลบลบหนี้กันได้ตามมาตรา 293 วรรคแรก และมาตรา 293 วรรคสามที่แก้ไขใหม่บัญญัติให้คำสั่งของศาลตามมาตรานี้เป็นที่สุดหมายความว่า เมื่อศาลมีคำสั่งตามคำร้องดังกล่าวแล้วไม่ว่าจะสั่งให้มีผลในทางใดก็ให้เป็นที่สุด ดังนั้นคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งยกคำร้องของจำเลยจึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001124.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544