คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5695/2544 ฉบับเต็ม

#42023
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5695/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นาย ระพินหรือพิน ดำมุณี จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 46, มาตรา 172 การพิพากษาคดีอาญาหาได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาคดีอื่น แม้ศาลฎีกาจะพิพากษาลงโทษ จ. ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับจำเลยและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม โจทก์จะอ้างข้อเท็จจริงในคดีที่ จ. เป็นจำเลยมาให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยคดีนี้หาได้ไม่เพราะในคดีอาญาศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงจึงจะพิพากษาลงโทษได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 364, 365 และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1462/2541 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 364 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามฆ่าซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 13 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามวันและเวลาเกิดเหตุในฟ้องนายจิรพันธ์หรือพันธ์ ดำมุณี จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3968/2540 ของศาลชั้นต้นกับกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 15 คน ขับรถจักรยานยนต์หลายคันไปที่บ้านนายนิกรเมืองมี ผู้เสียหายที่ 1 แล้วนายจิรพันธ์กับวัยรุ่นอีก 2 คน เข้าไปในบริเวณบ้านของผู้เสียหายที่ 1 ช่วยกันฉุดลากตัวนายสรพงษ์ เมืองมี บุตรผู้เสียหายที่ 1 จะพาออกไปนอกรั้วบ้าน แต่นายสรพงษ์สะบัดหลุดแล้ววิ่งไปหยิบอาวุธปืนมาให้ผู้เสียหายที่ 1 กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดจึงขับรถจักรยานยนต์ออกไปโดยขว้างลูกระเบิดมาที่รั้วบ้านผู้เสียหายที่ 1 สะเก็ดระเบิดถูกนายประเสริฐขวัญทองอินทร์ ผู้เสียหายที่ 2 บริเวณหลังและขาข้างซ้าย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กาย ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์เอกสารหมาย จ.6 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3968/2540 ของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวกับคดีนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษาลงโทษนายจิรพันธ์ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2542 โดยวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยศาลควรฟังข้อเท็จจริงคดีนี้ไปในทางเดียวกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2542 นั้น เห็นว่า การพิพากษาคดีอาญาหาได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาคดีอื่น แม้ศาลจะพิพากษาลงโทษนายจิรพันธ์ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับจำเลยและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม โจทก์จะอ้างข้อเท็จจริงในคดีที่นายจิรพันธ์เป็นจำเลยมาให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยคดีนี้หาได้ไม่ เพราะในคดีอาญาศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สมศักดิ์ เนตรมัย-อัธยา ดิษยบุตร-ปรีดี รุ่งวิสัย) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42023
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063713"
    }
}
date
2544
deka_no
5695/2544
deka_running_no
5695
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "ปรีดี รุ่งวิสัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 46",
            "ม. 172"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ระพินหรือพิน ดำมุณี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 364, 365 และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1462/2541 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 364 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามฆ่าซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 13 ปี 4 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามวันและเวลาเกิดเหตุในฟ้องนายจิรพันธ์หรือพันธ์ ดำมุณี จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3968/2540 ของศาลชั้นต้นกับกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 15 คน ขับรถจักรยานยนต์หลายคันไปที่บ้านนายนิกรเมืองมี ผู้เสียหายที่ 1 แล้วนายจิรพันธ์กับวัยรุ่นอีก 2 คน เข้าไปในบริเวณบ้านของผู้เสียหายที่ 1 ช่วยกันฉุดลากตัวนายสรพงษ์ เมืองมี บุตรผู้เสียหายที่ 1 จะพาออกไปนอกรั้วบ้าน แต่นายสรพงษ์สะบัดหลุดแล้ววิ่งไปหยิบอาวุธปืนมาให้ผู้เสียหายที่ 1 กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดจึงขับรถจักรยานยนต์ออกไปโดยขว้างลูกระเบิดมาที่รั้วบ้านผู้เสียหายที่ 1 สะเก็ดระเบิดถูกนายประเสริฐขวัญทองอินทร์ ผู้เสียหายที่ 2 บริเวณหลังและขาข้างซ้าย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กาย ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์เอกสารหมาย จ.6

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3968/2540 ของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวกับคดีนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษาลงโทษนายจิรพันธ์ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2542 โดยวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยศาลควรฟังข้อเท็จจริงคดีนี้ไปในทางเดียวกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2542 นั้น เห็นว่า การพิพากษาคดีอาญาหาได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาคดีอื่น แม้ศาลจะพิพากษาลงโทษนายจิรพันธ์ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับจำเลยและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม โจทก์จะอ้างข้อเท็จจริงในคดีที่นายจิรพันธ์เป็นจำเลยมาให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยคดีนี้หาได้ไม่ เพราะในคดีอาญาศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001106.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544