คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8911/2550 ฉบับเต็ม

#420252
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8911/2550 บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายบุญชวน หีดแพทย์หรือหีตแพทย์ กับพวก จำเลย บริษัทไทยศรีนครซูริคประกันภัย จำกัด จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา 880 วรรคหนึ่ง, มาตรา 889 โจทก์รับประกันภัยรถยนต์พิพาทแบบประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล รถยนต์พิพาทถูกรถคันที่จำเลยที่ 1 ขับชนทำให้คนบนรถยนต์พิพาทรวม 4 คนเสียชีวิต โจทก์ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตรวม 4 คน ๆ ละ 50,000 บาท เป็นเงิน 200,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ข้อสัญญาตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ในส่วนที่เป็นการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิตเป็นสัญญาประกันชีวิตอย่างหนึ่งเพราะอาศัยความมรณะของบุคคลเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตาม ป.พ.พ. มาตรา 889 หาใช่การประกันวินาศภัยแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งบทบัญญัติว่าด้วยการประกันชีวิตไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้รับประกันภัยที่จะเข้ารับช่วงสิทธิได้อย่างกรณีการประกันวินาศภัย ดังนั้น แม้โจทก์จะได้จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทน 200,000 บาท ให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตไป โจทก์ก็หามีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิเพื่อฟ้องร้องเรียกเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 กับพวกได้ไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงินจำนวน 211,095 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ในระหว่างการพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทไทยศรีนครซูริคประกันภัย จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การแก้ไขคำให้การว่า หากโจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตรวม 4 คน ๆ ละ 50,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ข้อ 4.1 เป็นการจ่ายเงินกรณีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลซึ่งเกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงแก่ชีวิตโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหรือเรียกค่าเสียหายใดๆ จากจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมได้ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3026/2540 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 3 ว-5428 กรุงเทพมหานคร ไว้จากนางจรรยา มีอายุสัญญา 1 ปี นับแต่วันที่ 31 มกราคม 2540 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2541 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2540 เวลาประมาณ 13 นาฬิกา ขณะที่นายสมศักดิ์ขับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ขณะนั้นจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถบรรทุกสิบล้อไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่จำเลยร่วมรับประกัยภัยไว้มาในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 แล่นสวนทางมาด้วยความเร็วสูงและด้วยความประมาททำให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้เป็นเหตุให้นายสมศักดิ์ผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว นางรุ่งกานต์ เด็กชายปรเมธหรือปาราเมศ และนายเซ็งซิม ผู้โดยศาลที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และโจทก์ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตไปเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า กรมธรรม์ประกันภัยของรถยนต์ ในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดของผู้รับประกันภัยต่อการมรณะของบุคคลเป็นสัญญาประกันชีวิตหรือไม่ เห็นว่า ข้อสัญญาตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ในส่วนที่เป็นการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิตเป็นสัญญาประกันชีวิตอย่างหนึ่งอาศัยความมรณะของบุคคลเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 889 หาใช่การประกันวินาศภัยแต่เพียงอย่างเดียวดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ซึ่งตามบทบัญญัติว่าด้วยการประกันชีวิตไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้รับประกันภัยที่จะเข้ารับช่วงสิทธิได้อย่างกรณีการประกันวินาศภัย ดังนั้น แม้โจทก์จะได้จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 200,000 บาท ให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตไป โจทก์ก็หามีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิเพื่อฟ้องร้องเรียกเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมได้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิเพื่อฟ้องไล่เบี้ยจากจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมได้และพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (มนตรี ยอดปัญญา-สมศักดิ์ เนตรมัย-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
420252
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082013270"
    }
}
date
2550
deka_no
8911/2550
deka_running_no
8911
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 880 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 889"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญชวน หีดแพทย์หรือหีตแพทย์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "บริษัทไทยศรีนครซูริคประกันภัย จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงินจำนวน 211,095 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ในระหว่างการพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทไทยศรีนครซูริคประกันภัย จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต

จำเลยร่วมให้การแก้ไขคำให้การว่า หากโจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตรวม 4 คน ๆ ละ 50,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ข้อ 4.1 เป็นการจ่ายเงินกรณีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลซึ่งเกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงแก่ชีวิตโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหรือเรียกค่าเสียหายใดๆ จากจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมได้ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3026/2540 ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 3 ว-5428 กรุงเทพมหานคร ไว้จากนางจรรยา มีอายุสัญญา 1 ปี นับแต่วันที่ 31 มกราคม 2540 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2541 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2540 เวลาประมาณ 13 นาฬิกา ขณะที่นายสมศักดิ์ขับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ขณะนั้นจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถบรรทุกสิบล้อไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่จำเลยร่วมรับประกัยภัยไว้มาในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 แล่นสวนทางมาด้วยความเร็วสูงและด้วยความประมาททำให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้เป็นเหตุให้นายสมศักดิ์ผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว นางรุ่งกานต์ เด็กชายปรเมธหรือปาราเมศ และนายเซ็งซิม ผู้โดยศาลที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และโจทก์ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตไปเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า กรมธรรม์ประกันภัยของรถยนต์ ในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดของผู้รับประกันภัยต่อการมรณะของบุคคลเป็นสัญญาประกันชีวิตหรือไม่ เห็นว่า ข้อสัญญาตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ในส่วนที่เป็นการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิตเป็นสัญญาประกันชีวิตอย่างหนึ่งอาศัยความมรณะของบุคคลเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 889 หาใช่การประกันวินาศภัยแต่เพียงอย่างเดียวดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ซึ่งตามบทบัญญัติว่าด้วยการประกันชีวิตไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้รับประกันภัยที่จะเข้ารับช่วงสิทธิได้อย่างกรณีการประกันวินาศภัย ดังนั้น แม้โจทก์จะได้จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 200,000 บาท ให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตไป โจทก์ก็หามีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิเพื่อฟ้องร้องเรียกเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมได้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิเพื่อฟ้องไล่เบี้ยจากจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมได้และพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000652.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550