คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4391/2551 ฉบับเต็ม

#420337
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4391/2551 นายกมล เด่นยุกต์ โจทก์ นางอารมณ์ ลีลายุวัฒนกุล จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 150, มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ตามสัญญาจะซื้อขาย ระบุว่า ผู้จะขาย (โจทก์) และผู้จะซื้อ (จำเลย) ตกลงซื้อสิทธิและอุปกรณ์พร้อมการทำประกันวินาศภัยในสำนักงานของโจทก์ ซึ่งเปิดเป็นสำนักงานที่ทำการประกันวินาศภัยของบริษัท ท. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาของคู่ความคือโจทก์และจำเลยว่า ประสงค์จะซื้อขายสิทธิในการทำสัญญาประกันวินาศภัยที่โจทก์มีอยู่กับบริษัท ท. และอุปกรณ์ในสำนักงาน แต่เนื่องจากสิทธิในการทำสัญญาประกันภัยหรือสิทธิในการเป็นตัวแทนประกันภัยเป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่สามารถโอนกันได้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ที่โจทก์เบิกความในชั้นพิจารณาว่า เป็นสิทธิการเช่านั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ เนื่องจากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน 143,959 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 110,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่ฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความให้รวม 6,000 บาท จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อปี 2540 โจทก์ได้เช่าอาคารพาณิชย์เลขที่ 68 ถนนเพลินพิทักษ์ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เพื่อใช้เป็นสำนักงานตัวแทนประกันภัยของบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2543 โจทก์ได้ซื้ออุปกรณ์ตกแต่งอาคารใช้เป็นสำนักงานด้วยเงินของโจทก์เอง ต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2542 จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายสิทธิและอุปกรณ์ พร้อมการทำสัญญาประกันวินาศภัยในสำนักงานของโจทก์ในราคา 210,000 บาท ในวันดังกล่าวจำเลยได้วางเงินมัดจำให้แก่โจทก์ 50,000 บาท และโจทก์จะส่งมอบการครอบครองให้แก่จำเลยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 สำหรับเงินที่เหลือจำเลยได้ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 สั่งจ่ายเงิน 50,000 บาท และลงวันที่ 1 มีนาคม 2542 สั่งจ่ายเงิน 100,000 บาท วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 โจทก์ได้ส่งมอบการครอบครองอาคารสำนักงานให้แก่จำเลย หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน จำเลยได้นำเงิน 50,000 บาท ไปให้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้นำเช็คฉบับหลังไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2544 สำนักงานของโจทก์มีโต๊ะและเก้าอี้อย่างละ 2 ตัว เครื่องปรับอากาศและโทรศัพท์อย่างละ 1 เครื่อง รวมราคาประมาณ 80,000 บาท มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดชำระเงินตามสัญญาจะซื้อขายอีก 100,000 บาท หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาดังกล่าว ข้อ 1 ระบุว่าผู้จะขาย (โจทก์) และผู้จะซื้อ (จำเลย) ตกลงซื้อสิทธิและอุปกรณ์พร้อมการทำประกันวินาศภัยในสำนักงานของนายกมล (โจทก์) ซึ่งเปิดเป็นสำนักงานที่ทำการประกันวินาศภัยของบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จังหวัดตรัง จากข้อความดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงเจตนาของคู่ความคือโจทก์และจำเลยว่า ประสงค์จะซื้อขายสิทธิในการทำสัญญาประกันวินาศภัยที่โจทก์มีอยู่กับบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และอุปกรณ์ในสำนักงาน แต่เนื่องจากสิทธิในการทำสัญญาประกันภัยหรือสิทธิในการเป็นตัวแทนประกันภัยเป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่สามารถโอนกันได้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ที่โจทก์เบิกความในชั้นพิจารณาว่า เป็นสิทธิการเช่านั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ เนื่องจากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้ อีกทั้งตามสัญญาเช่าตึกแถวระหว่างโจทก์ ผู้เช่า กับนายเว้งซิ้มผู้ให้เช่าก็มิได้มีข้อตกลงให้โอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วงได้ ข้ออ้างของโจทก์จึงขัดต่อข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ศิริชัย วัฒนโยธิน-ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล-กีรติ กาญจนรินทร์) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
420337
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082009351"
    }
}
date
2551
deka_no
4391/2551
deka_running_no
4391
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ศิริชัย วัฒนโยธิน",
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล",
    "กีรติ กาญจนรินทร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150",
            "ม. 225 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายกมล เด่นยุกต์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอารมณ์ ลีลายุวัฒนกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน 143,959 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 110,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่ฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความให้รวม 6,000 บาท

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อปี 2540 โจทก์ได้เช่าอาคารพาณิชย์เลขที่ 68 ถนนเพลินพิทักษ์ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เพื่อใช้เป็นสำนักงานตัวแทนประกันภัยของบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2543 โจทก์ได้ซื้ออุปกรณ์ตกแต่งอาคารใช้เป็นสำนักงานด้วยเงินของโจทก์เอง ต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2542 จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายสิทธิและอุปกรณ์ พร้อมการทำสัญญาประกันวินาศภัยในสำนักงานของโจทก์ในราคา 210,000 บาท ในวันดังกล่าวจำเลยได้วางเงินมัดจำให้แก่โจทก์ 50,000 บาท และโจทก์จะส่งมอบการครอบครองให้แก่จำเลยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 สำหรับเงินที่เหลือจำเลยได้ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 สั่งจ่ายเงิน 50,000 บาท และลงวันที่ 1 มีนาคม 2542 สั่งจ่ายเงิน 100,000 บาท วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 โจทก์ได้ส่งมอบการครอบครองอาคารสำนักงานให้แก่จำเลย หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน จำเลยได้นำเงิน 50,000 บาท ไปให้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้นำเช็คฉบับหลังไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2544 สำนักงานของโจทก์มีโต๊ะและเก้าอี้อย่างละ 2 ตัว เครื่องปรับอากาศและโทรศัพท์อย่างละ 1 เครื่อง รวมราคาประมาณ 80,000 บาท

มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดชำระเงินตามสัญญาจะซื้อขายอีก 100,000 บาท หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาดังกล่าว ข้อ 1 ระบุว่าผู้จะขาย (โจทก์) และผู้จะซื้อ (จำเลย) ตกลงซื้อสิทธิและอุปกรณ์พร้อมการทำประกันวินาศภัยในสำนักงานของนายกมล (โจทก์) ซึ่งเปิดเป็นสำนักงานที่ทำการประกันวินาศภัยของบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จังหวัดตรัง จากข้อความดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงเจตนาของคู่ความคือโจทก์และจำเลยว่า ประสงค์จะซื้อขายสิทธิในการทำสัญญาประกันวินาศภัยที่โจทก์มีอยู่กับบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และอุปกรณ์ในสำนักงาน แต่เนื่องจากสิทธิในการทำสัญญาประกันภัยหรือสิทธิในการเป็นตัวแทนประกันภัยเป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่สามารถโอนกันได้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ที่โจทก์เบิกความในชั้นพิจารณาว่า เป็นสิทธิการเช่านั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ เนื่องจากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้ อีกทั้งตามสัญญาเช่าตึกแถวระหว่างโจทก์ ผู้เช่า กับนายเว้งซิ้มผู้ให้เช่าก็มิได้มีข้อตกลงให้โอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วงได้ ข้ออ้างของโจทก์จึงขัดต่อข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000617.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551