คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6241/2544 ฉบับเต็ม

#42037
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6241/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นางสาวพิชญา นาแก้ว จำเลย ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4, มาตรา 13, มาตรา 62, มาตรา 89, มาตรา 106 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯ มาตรา 4บัญญัตินิยามคำว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย การขายหรือมีไว้เพื่อขายในวาระเดียวกันตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน แม้ความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเพื่อขายอันเป็นความผิดตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 วรรคหนึ่งส่วนการขายเป็นความผิดตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง,89 ก็ตาม ก็หาทำให้ความผิดดังกล่าวกลับเป็นความผิดต่างกรรมกันไม่ ดังนั้น ผู้ที่มีวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีไว้เพื่อขายแล้วขายไปบางส่วนจึงคงมีความผิดฐานขายเพียงสถานเดียว ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งเอ็มดีอี อันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 จำนวน 21 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 1.716 กรัมอันเป็นจำนวนเกินปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดไว้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยขายเอ็มดีอีดังกล่าว 1 เม็ดไม่ปรากฏน้ำหนักให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมเอ็มดีอี 21 เม็ด และธนบัตรฉบับละ 500 บาท1 ฉบับ ฉบับละ 100 บาท 1 ฉบับ เป็นของกลาง เอ็มดีอีของกลางหมดไปในการตรวจวิเคราะห์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13, 62, 89, 106 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่ามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง,89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานมีเอ็มดีอีไว้ในครอบครองเพื่อขาย ลงโทษจำคุก 5 ปีฐานขายเอ็มดีอี ลงโทษจำคุก 5 ปี รวมลงโทษจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ชนิดเอ็มดีอีตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง, 89 เพียงกระทงเดียวลงโทษจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า สายลับไปล่อซื้อวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอี 1 เม็ด ราคา 600 บาทจากจำเลยที่ห้องพัก จำเลยนำวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอี 1 เม็ด มาขายให้แก่สายลับที่หน้าประตูห้อง เจ้าพนักงานตำรวจจึงเข้าจับกุมจำเลยได้พร้อมวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีอีก 20 เม็ด ในกระเป๋ากางเกงของจำเลย เห็นว่าตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4 บัญญัตินิยามคำว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย การขายหรือมีไว้เพื่อขายในวาระเดียวกันตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน ผู้ที่มีวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีไว้เพื่อขายแล้วขายไปบางส่วนยังคงมีความผิดฐานขายเพียงสถานเดียว แม้ความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเพื่อขายอันเป็นความผิดตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง, 106 วรรคหนึ่ง ส่วนการขายเป็นความผิดตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง, 89 ก็ตาม ก็หาทำให้ความผิดดังกล่าวกลับเป็นความผิดต่างกรรมกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่เมื่อได้ความว่า เอ็มดีอีของกลางคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.716 กรัมการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1ไว้ในครอบครองเกินปริมาณ ตามมาตรา 106 ทวิ อีกมาตราหนึ่งต่างหากจากฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อขายและฐานขาย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มิได้ปรับบทว่าจำเลยมีความผิดตามมาตราดังกล่าวด้วยจึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง,62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 (ประพันธ์ ทรัพย์แสง-พันธาวุธ ปาณิกบุตร-ดลจรัส รัตนโศภิต) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42037
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063026"
    }
}
date
2544
deka_no
6241/2544
deka_running_no
6241
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 13",
            "ม. 62",
            "ม. 89",
            "ม. 106"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวพิชญา นาแก้ว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งเอ็มดีอี อันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 จำนวน 21 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 1.716 กรัมอันเป็นจำนวนเกินปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดไว้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยขายเอ็มดีอีดังกล่าว 1 เม็ดไม่ปรากฏน้ำหนักให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมเอ็มดีอี 21 เม็ด และธนบัตรฉบับละ 500 บาท1 ฉบับ ฉบับละ 100 บาท 1 ฉบับ เป็นของกลาง เอ็มดีอีของกลางหมดไปในการตรวจวิเคราะห์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13, 62, 89, 106 ทวิ

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่ามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครองเพื่อเสพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง,89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานมีเอ็มดีอีไว้ในครอบครองเพื่อขาย ลงโทษจำคุก 5 ปีฐานขายเอ็มดีอี ลงโทษจำคุก 5 ปี รวมลงโทษจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ชนิดเอ็มดีอีตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง, 89 เพียงกระทงเดียวลงโทษจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า สายลับไปล่อซื้อวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอี 1 เม็ด ราคา 600 บาทจากจำเลยที่ห้องพัก จำเลยนำวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอี 1 เม็ด มาขายให้แก่สายลับที่หน้าประตูห้อง เจ้าพนักงานตำรวจจึงเข้าจับกุมจำเลยได้พร้อมวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีอีก 20 เม็ด ในกระเป๋ากางเกงของจำเลย เห็นว่าตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4 บัญญัตินิยามคำว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย การขายหรือมีไว้เพื่อขายในวาระเดียวกันตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน ผู้ที่มีวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีไว้เพื่อขายแล้วขายไปบางส่วนยังคงมีความผิดฐานขายเพียงสถานเดียว แม้ความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเพื่อขายอันเป็นความผิดตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง, 106 วรรคหนึ่ง ส่วนการขายเป็นความผิดตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง, 89 ก็ตาม ก็หาทำให้ความผิดดังกล่าวกลับเป็นความผิดต่างกรรมกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่เมื่อได้ความว่า เอ็มดีอีของกลางคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.716 กรัมการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1ไว้ในครอบครองเกินปริมาณ ตามมาตรา 106 ทวิ อีกมาตราหนึ่งต่างหากจากฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อขายและฐานขาย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มิได้ปรับบทว่าจำเลยมีความผิดตามมาตราดังกล่าวด้วยจึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้อง"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง,62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001100.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544