คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6327/2544 ฉบับเต็ม

#42040
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6327/2544 พนักงานอัยการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายเสน่ห์ สมบุญตี๋ จำเลย ป.อ. มาตรา 22 โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาอีกคดีหนึ่งซึ่งจำเลยรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ แต่ศาลชั้นต้นไม่นับโทษต่อให้เพราะคดีดังกล่าวยังไม่ได้พิพากษา เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้นับโทษต่อโดยอ้างว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโดยจำคุกจำเลยรวม10 ปี จำเลยไม่ได้แก้ฎีกาหรือฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงฟังได้ว่าคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วจริง ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้นับโทษต่อได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบแจกันทองเหลือง นับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุก6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบแจกันทองเหลืองนั้น เห็นว่าแจกันดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดจึงไม่ริบ ให้ยกคำขอส่วนนี้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีดังกล่าวศาลยังไม่มีคำพิพากษา จึงยังไม่มีโทษจำคุกที่จะนับโทษต่อได้ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67จำคุก 5 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน50 เม็ด และแจกันทองเหลืองบรรจุเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 ใบ เป็นของกลาง ได้ส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์ที่กองกำกับการวิทยาการเขต 1สำนักงานวิทยาการตำรวจผลการตรวจปรากฏว่าเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดเมทแอมเฟตามีน ตามรายงานผลการตรวจพิสูจน์เอกสารหมาย จ.7คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน50 เม็ดไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าเมทแอมเฟตามีนมิใช่ของจำเลยและมิได้ค้นพบที่บ้านจำเลย เหตุที่จำเลยลงชื่อในบันทึกการตรวจค้นและจับกุมเนื่องจากถูกเจ้าพนักงานตำรวจข่มขู่นั้น ข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 50 เม็ดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 50 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ลงแก่จำเลยนั้นสูงเกินไป ขอให้ลงโทษในสถานเบานั้น เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจวางโทษจำเลยก่อนลดจำคุก 5 ปีลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 ปี 4 เดือน นั้น นับว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นอย่างอื่นฎีกาของจำเลยข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น และที่โจทก์ฎีกาอีกประการหนึ่งขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยก็รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ แต่ศาลชั้นต้นไม่นับโทษต่อให้เพราะคดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้พิพากษา เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าว โดยอ้างว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโดยพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยรวมแล้วมีกำหนด 10 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6036/2543 จำเลยไม่ได้แก้ฎีกาหรือฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงฟังได้ว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วจริง ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้นับโทษต่อได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น" พิพากษายืน และให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 หมายเลขแดงที่ 6036/2543ของศาลชั้นต้น (วิชัย วิสิทธวงศ์-ไพศาล เจริญวุฒิ-จรูญวิทย์ ทองสอน) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42040
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062920"
    }
}
date
2544
deka_no
6327/2544
deka_running_no
6327
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิสิทธวงศ์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "จรูญวิทย์ ทองสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 22"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเสน่ห์ สมบุญตี๋"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบแจกันทองเหลือง นับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุก6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบแจกันทองเหลืองนั้น เห็นว่าแจกันดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดจึงไม่ริบ ให้ยกคำขอส่วนนี้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีดังกล่าวศาลยังไม่มีคำพิพากษา จึงยังไม่มีโทษจำคุกที่จะนับโทษต่อได้ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67จำคุก 5 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน50 เม็ด และแจกันทองเหลืองบรรจุเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 ใบ เป็นของกลาง ได้ส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์ที่กองกำกับการวิทยาการเขต 1สำนักงานวิทยาการตำรวจผลการตรวจปรากฏว่าเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดเมทแอมเฟตามีน ตามรายงานผลการตรวจพิสูจน์เอกสารหมาย จ.7คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน50 เม็ดไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าเมทแอมเฟตามีนมิใช่ของจำเลยและมิได้ค้นพบที่บ้านจำเลย เหตุที่จำเลยลงชื่อในบันทึกการตรวจค้นและจับกุมเนื่องจากถูกเจ้าพนักงานตำรวจข่มขู่นั้น ข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 50 เม็ดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 50 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ลงแก่จำเลยนั้นสูงเกินไป ขอให้ลงโทษในสถานเบานั้น เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจวางโทษจำเลยก่อนลดจำคุก 5 ปีลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 ปี 4 เดือน นั้น นับว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นอย่างอื่นฎีกาของจำเลยข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น และที่โจทก์ฎีกาอีกประการหนึ่งขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยก็รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ แต่ศาลชั้นต้นไม่นับโทษต่อให้เพราะคดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้พิพากษา เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าว โดยอ้างว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโดยพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยรวมแล้วมีกำหนด 10 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6036/2543 จำเลยไม่ได้แก้ฎีกาหรือฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงฟังได้ว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วจริง ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้นับโทษต่อได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น"

พิพากษายืน และให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1866/2542 หมายเลขแดงที่ 6036/2543ของศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001099.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544