คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2545 ฉบับเต็ม

#42084
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2545 นายวีรศักดิ์ ไทรเอี่ยม โจทก์ บริษัทเอเซียไดนามิคประกันภัย จำกัด จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยแล้วว่าลักษณะงานของโจทก์ที่ต้องออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุเมื่อได้รับแจ้งในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรเป็นงานอย่างเดียวกัน และการที่จำเลยให้โจทก์เข้าเวรหลังเวลาทำงานปกติถือเป็นการทำงานล่วงเวลา การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าแม้งานที่โจทก์ทำในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรจะเป็นงานประเภทเดียวกัน แต่รายละเอียดและความยากลำบากในการทำงานแต่ละช่วงแตกต่างกันจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลานั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาแล้วเพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายว่าโจทก์ทำงานล่วงเวลาหรือไม่ เป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดที่ยังค้างชำระเป็นจำนวนเงิน 31,503.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (1 พฤษภาคม 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ตามขอ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งว่า การทำงานหลังเวลาทำงานปกตินั้นถือเป็นการปฏิบัติงานประจำต่อเนื่องอันเดียวกับการทำงานในเวลากลางวัน ซึ่งโจทก์จำเลยได้ตกลงกันไว้ในเงื่อนไขการจ้างและสัญญาจ้างแรงงานก่อนจะร่วมงานกัน ซึ่งข้อเท็จจริงในรายละเอียดการปฏิบัติงานนั้นจะแตกต่างกับการปฏิบัติงานในเวลาทำงานปกติ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาตามกฎหมาย การที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าการทำงานดังกล่าวเป็นการทำงานล่วงเวลา จึงมิชอบโดยกฎหมายและขัดกับเงื่อนไขข้อตกลงเกี่ยวกับการจ้างดังกล่าว โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่าลักษณะงานที่โจทก์ทำในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรเป็นงานอย่างเดียวกัน ไม่แตกต่างกัน คือต้องออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุเมื่อได้รับแจ้ง การที่จำเลยให้โจทก์เข้าเวรหลังเวลาทำงานปกติถือได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา จำเลยอุทธรณ์ว่า แม้งานที่โจทก์ทำในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรจะเป็นงานประเภทเดียวกันคือรับแจ้งเหตุและออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ แต่รายละเอียดและความยากลำบากแตกต่างกันคือ การปฏิบัติงานของโจทก์ในเวลาทำงานปกตินอกจากจะรอรับแจ้งเหตุและออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุแล้ว ช่วงเวลาใดที่โจทก์ไม่ได้ออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ โจทก์จะต้องทำการตรวจเช็คเอกสาร จัดทำเอกสารและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถพักผ่อนหลับนอนได้ แต่การปฏิบัติงานหลังเวลาทำงานปกติ ถ้าโจทก์ไม่ได้ออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ โจทก์สามารถพักผ่อนหลับนอนอยู่ในสำนักงานได้ ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างเคร่งครัดเหมือนกับการทำงานในเวลาปกติ การทำงานของโจทก์ในเวลาทำงานปกติกับการทำงานในเวลาเข้าเวรจึงแตกต่างกัน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาเห็นได้ว่า จำเลยโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์ว่า โจทก์ทำงานล่วงเวลาหรือไม่ อันเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง" (จรัส พวงมณี-มงคล คุปต์กาญจนากุล-หัสดี ไกรทองสุก) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42084
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058224"
    }
}
date
2545
deka_no
69/2545
deka_running_no
69
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "หัสดี ไกรทองสุก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 54"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวีรศักดิ์ ไทรเอี่ยม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอเซียไดนามิคประกันภัย จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดที่ยังค้างชำระเป็นจำนวนเงิน 31,503.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (1 พฤษภาคม 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ตามขอ

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์

จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งว่า การทำงานหลังเวลาทำงานปกตินั้นถือเป็นการปฏิบัติงานประจำต่อเนื่องอันเดียวกับการทำงานในเวลากลางวัน ซึ่งโจทก์จำเลยได้ตกลงกันไว้ในเงื่อนไขการจ้างและสัญญาจ้างแรงงานก่อนจะร่วมงานกัน ซึ่งข้อเท็จจริงในรายละเอียดการปฏิบัติงานนั้นจะแตกต่างกับการปฏิบัติงานในเวลาทำงานปกติ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาตามกฎหมาย การที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าการทำงานดังกล่าวเป็นการทำงานล่วงเวลา จึงมิชอบโดยกฎหมายและขัดกับเงื่อนไขข้อตกลงเกี่ยวกับการจ้างดังกล่าว โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป

ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่าลักษณะงานที่โจทก์ทำในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรเป็นงานอย่างเดียวกัน ไม่แตกต่างกัน คือต้องออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุเมื่อได้รับแจ้ง การที่จำเลยให้โจทก์เข้าเวรหลังเวลาทำงานปกติถือได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา จำเลยอุทธรณ์ว่า แม้งานที่โจทก์ทำในเวลาทำงานปกติกับงานที่ทำในเวลาเข้าเวรจะเป็นงานประเภทเดียวกันคือรับแจ้งเหตุและออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ แต่รายละเอียดและความยากลำบากแตกต่างกันคือ การปฏิบัติงานของโจทก์ในเวลาทำงานปกตินอกจากจะรอรับแจ้งเหตุและออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุแล้ว ช่วงเวลาใดที่โจทก์ไม่ได้ออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ โจทก์จะต้องทำการตรวจเช็คเอกสาร จัดทำเอกสารและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถพักผ่อนหลับนอนได้ แต่การปฏิบัติงานหลังเวลาทำงานปกติ ถ้าโจทก์ไม่ได้ออกไปตรวจสอบอุบัติเหตุ โจทก์สามารถพักผ่อนหลับนอนอยู่ในสำนักงานได้ ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างเคร่งครัดเหมือนกับการทำงานในเวลาปกติ การทำงานของโจทก์ในเวลาทำงานปกติกับการทำงานในเวลาเข้าเวรจึงแตกต่างกัน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาเห็นได้ว่า จำเลยโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์ว่า โจทก์ทำงานล่วงเวลาหรือไม่ อันเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง"
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001056.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545