คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6896/2544 ฉบับเต็ม

#42647
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6896/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ บริษัท โตโยต้าเค.มอเตอรัส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โจทก์ นางสาว ศศิธร หาญศรี จำเลย ป.อ. มาตรา 91 จำเลยกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยรับชำระเงินสดหรือเช็คจากลูกค้าที่ชำระราคาค่าซื้อรถยนต์ให้แก่โจทก์ร่วมรวม 8 ครั้งเมื่อจำเลยรับเงินสดหรือเช็คดังกล่าวแต่ละครั้งไว้แล้ว จำเลยมีหน้าที่ส่งมอบให้โจทก์ร่วมในแต่ละครั้งทันที เมื่อจำเลยเบียดบังเอาทรัพย์ดังกล่าวแต่ละครั้งเป็นของตนโดยทุจริต การกระทำของจำเลยแต่ละครั้งจึงเป็นกรรม ๆ ไป เป็นความผิดหลายกรรม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,352 และให้คืนเงินจำนวน 3,393,721 บาท (ที่ถูก 3,403,721 บาท) แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 352 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษทุกกระทงความผิดไปรวม 8 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นถูกจับ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หนึ่งในสี่คงจำคุก 6 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 3,067,685บาท แก่โจทก์ร่วม คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 จำคุก กระทงละ 6 เดือนรวม 8 กระทง จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นถูกจับเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่เพียงข้อเดียวว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวกันหรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องข้อ 1.1 ถึงข้อ 1.6ข้อ 1.9 และข้อ 1.10 เห็นว่า จำเลยกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยรับชำระเงินสดหรือเช็คจากลูกค้าที่ชำระราคาค่าซื้อรถยนต์ให้แก่โจทก์ร่วมรวม 8 ครั้ง เมื่อจำเลยรับเงินสดหรือเช็คดังกล่าวแต่ละครั้งไว้แล้ว จำเลยมีหน้าที่ส่งมอบให้โจทก์ร่วมในแต่ละครั้งทันที เมื่อจำเลยเบียดบังเอาทรัพย์ดังกล่าวแต่ละครั้งเป็นของตนโดยทุจริต การกระทำของจำเลยแต่ละครั้งดังกล่าวจึงเป็นกรรม ๆ ไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ปรีดี รุ่งวิสัย-อัธยา ดิษยบุตร-สมศักดิ์ เนตรมัย) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42647
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062121"
    }
}
date
2544
deka_no
6896/2544
deka_running_no
6896
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "โจทก์ร่วม"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท โตโยต้าเค.มอเตอรัส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ศศิธร หาญศรี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,352 และให้คืนเงินจำนวน 3,393,721 บาท (ที่ถูก 3,403,721 บาท) แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา บริษัทโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 352 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษทุกกระทงความผิดไปรวม 8 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นถูกจับ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หนึ่งในสี่คงจำคุก 6 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 3,067,685บาท แก่โจทก์ร่วม คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 จำคุก กระทงละ 6 เดือนรวม 8 กระทง จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นถูกจับเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่เพียงข้อเดียวว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวกันหรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องข้อ 1.1 ถึงข้อ 1.6ข้อ 1.9 และข้อ 1.10 เห็นว่า จำเลยกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยรับชำระเงินสดหรือเช็คจากลูกค้าที่ชำระราคาค่าซื้อรถยนต์ให้แก่โจทก์ร่วมรวม 8 ครั้ง เมื่อจำเลยรับเงินสดหรือเช็คดังกล่าวแต่ละครั้งไว้แล้ว จำเลยมีหน้าที่ส่งมอบให้โจทก์ร่วมในแต่ละครั้งทันที เมื่อจำเลยเบียดบังเอาทรัพย์ดังกล่าวแต่ละครั้งเป็นของตนโดยทุจริต การกระทำของจำเลยแต่ละครั้งดังกล่าวจึงเป็นกรรม ๆ ไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001092.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544