คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7116/2544 ฉบับเต็ม

#42652
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7116/2544 นาย วิทยา ตั้งพงศ์ไพบูลย์ กับพวก ผู้ร้อง ป.วิ.อ. มาตรา 90, มาตรา 120 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 มาตรา 240 สิทธิในการร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายจะมีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจค้น จับกุมและคุมขังผู้ร้องโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ขณะที่ผู้ร้องยื่นคำร้องคดีนี้พนักงานอัยการได้ฟ้องผู้ร้องต่อศาลชั้นต้นในความผิดที่ผู้ร้องอ้างว่าการค้น จับกุมและคุมขังโดยมิชอบนั้นแล้ว ศาลชั้นต้นประทับฟ้องและออกหมายขังผู้ร้องไว้ระหว่างพิจารณา ดังนั้นแม้การคุมขังโดยเจ้าพนักงานตำรวจจะมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็สิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่ศาลประทับฟ้องและออกหมายขังผู้ร้องในระหว่างพิจารณา สิทธิของผู้ร้องที่จะร้องขอให้ปล่อยจากการคุมขังอันมิชอบด้วยกฎหมายจึงระงับ การตรวจค้น จับกุมและการคุมขังผู้ร้องของเจ้าพนักงานตำรวจชั้นแรกเป็นขั้นตอนต่างหากจากการสอบสวน ทั้งการสอบสวนจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพียงใด เป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยในชั้นพิจารณาของศาล ไม่ทำให้พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องทั้งเมื่อผู้ร้องถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาล ศาลประทับฟ้องและออกหมายขังผู้ร้องไว้ระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 58(4),71 และ 88ซึ่งเป็นอำนาจที่จะดำเนินการได้แล้ว การคุมขังผู้ร้องจึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 ___________________________ ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542 ผู้ร้องทั้งสองถูกเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารค้นจับกุม และคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ร้องทั้งสองถูกคุมขังเป็นเวลานานกว่า10 เดือน ขอให้ทำการไต่สวนคำร้อง และสั่งปล่อยตัวผู้ร้องทั้งสองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า ภายหลังจากที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องอ้างว่าถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้ร้องทั้งสองถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องเป็นจำเลยเกี่ยวกับการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหาต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นประทับฟ้องและหมายขังผู้ร้องทั้งสองในระหว่างพิจารณาผู้ร้องทั้งสองจึงพ้นจากการคุมขังที่อ้างว่ามีการคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายไปแล้ว เนื่องจากการคุมขังดังกล่าวได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องและหมายขังผู้ร้องทั้งสองไว้ในคดีดังกล่าว โดยได้มีการยกเลิกหมายขังระหว่างสอบสวนและใช้หมายขังระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาแทนซึ่งเป็นไปตามอำนาจของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 58(4), 71 และ 88 ส่วนที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่ามิได้กระทำผิด การจับกุม การควบคุมตัวและการค้น ทำให้ผู้ร้องทั้งสองเสื่อมเสียเสรีภาพ และเป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 นั้นเป็นเรื่องที่ผู้ร้องทั้งสองต้องนำสืบต่อสู้คดีในชั้นพิจารณาของคดีที่ผู้ร้องทั้งสองตกเป็นจำเลยต่อไป ซึ่งไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาเหล่านั้นในคดีนี้อีก คำร้องของผู้ร้องทั้งสองจึงไม่มีมูลที่จะดำเนินการต่อไป ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า สิทธิในการร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายจะมีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น คดีนี้ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจค้น จับกุมและคุมขังผู้ร้องทั้งสองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ขณะที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องคดีนี้ พนักงานอัยการได้ฟ้องผู้ร้องทั้งสองต่อศาลชั้นต้น ในความผิดที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่าการค้น จับกุมและคุมขังโดยมิชอบนั้นแล้ว ศาลชั้นต้นประทับฟ้องและออกหมายขังผู้ร้องทั้งสองไว้ระหว่างพิจารณา ดังนั้นแม้จะเป็นความจริงว่าการคุมขังโดยเจ้าพนักงานตำรวจจะมิชอบด้วยกฎหมาย แต่การคุมขังเช่นว่านั้นก็สิ้นสุดไปแล้ว ตั้งแต่ศาลประทับฟ้อง และออกหมายขังผู้ร้องทั้งสองในระหว่างพิจารณา สิทธิของผู้ร้องทั้งสองที่จะร้องขอให้ปล่อยจากการคุมขังอันมิชอบด้วยกฎหมายจึงระงับ ส่วนข้อที่ฎีกาว่า การตรวจค้น จับกุมและคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายทำให้การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลประทับฟ้องและการคุมขังระหว่างพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า การตรวจค้น จับกุมและการคุมขังผู้ร้องทั้งสองของเจ้าพนักงานตำรวจชั้นแรกนั้นเป็นขั้นตอนต่างหากจากการสอบสวนทั้งการสอบสวนจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพียงใด เป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยในชั้นพิจารณาของศาล เมื่อผู้ร้องทั้งสองถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลศาลประทับฟ้องและออกหมายขังผู้ร้องทั้งสองไว้ระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 58(4), 71 และ 88ซึ่งเป็นอำนาจที่จะดำเนินการได้แล้ว การคุมขังผู้ร้องทั้งสองจึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สายันต์ สุรสมภพ-พิชิต คำแฝง-สุพัฒน์ บุญยุบล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42652
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061705"
    }
}
date
2544
deka_no
7116/2544
deka_running_no
7116
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "พิชิต คำแฝง",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 120"
        ]
    },
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475",
        "sections": [
            "ม. 240"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาย วิทยา ตั้งพงศ์ไพบูลย์ กับพวก"
    }
]
long_text
ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542 ผู้ร้องทั้งสองถูกเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารค้นจับกุม และคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ร้องทั้งสองถูกคุมขังเป็นเวลานานกว่า10 เดือน ขอให้ทำการไต่สวนคำร้อง และสั่งปล่อยตัวผู้ร้องทั้งสองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า ภายหลังจากที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องอ้างว่าถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้ร้องทั้งสองถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องเป็นจำเลยเกี่ยวกับการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหาต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นประทับฟ้องและหมายขังผู้ร้องทั้งสองในระหว่างพิจารณาผู้ร้องทั้งสองจึงพ้นจากการคุมขังที่อ้างว่ามีการคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายไปแล้ว เนื่องจากการคุมขังดังกล่าวได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องและหมายขังผู้ร้องทั้งสองไว้ในคดีดังกล่าว โดยได้มีการยกเลิกหมายขังระหว่างสอบสวนและใช้หมายขังระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาแทนซึ่งเป็นไปตามอำนาจของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 58(4), 71 และ 88 ส่วนที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่ามิได้กระทำผิด การจับกุม การควบคุมตัวและการค้น ทำให้ผู้ร้องทั้งสองเสื่อมเสียเสรีภาพ และเป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 นั้นเป็นเรื่องที่ผู้ร้องทั้งสองต้องนำสืบต่อสู้คดีในชั้นพิจารณาของคดีที่ผู้ร้องทั้งสองตกเป็นจำเลยต่อไป ซึ่งไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาเหล่านั้นในคดีนี้อีก คำร้องของผู้ร้องทั้งสองจึงไม่มีมูลที่จะดำเนินการต่อไป ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า สิทธิในการร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายจะมีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น คดีนี้ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจค้น จับกุมและคุมขังผู้ร้องทั้งสองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ขณะที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องคดีนี้ พนักงานอัยการได้ฟ้องผู้ร้องทั้งสองต่อศาลชั้นต้น ในความผิดที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่าการค้น จับกุมและคุมขังโดยมิชอบนั้นแล้ว ศาลชั้นต้นประทับฟ้องและออกหมายขังผู้ร้องทั้งสองไว้ระหว่างพิจารณา ดังนั้นแม้จะเป็นความจริงว่าการคุมขังโดยเจ้าพนักงานตำรวจจะมิชอบด้วยกฎหมาย แต่การคุมขังเช่นว่านั้นก็สิ้นสุดไปแล้ว ตั้งแต่ศาลประทับฟ้อง และออกหมายขังผู้ร้องทั้งสองในระหว่างพิจารณา สิทธิของผู้ร้องทั้งสองที่จะร้องขอให้ปล่อยจากการคุมขังอันมิชอบด้วยกฎหมายจึงระงับ ส่วนข้อที่ฎีกาว่า การตรวจค้น จับกุมและคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายทำให้การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลประทับฟ้องและการคุมขังระหว่างพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า การตรวจค้น จับกุมและการคุมขังผู้ร้องทั้งสองของเจ้าพนักงานตำรวจชั้นแรกนั้นเป็นขั้นตอนต่างหากจากการสอบสวนทั้งการสอบสวนจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพียงใด เป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยในชั้นพิจารณาของศาล เมื่อผู้ร้องทั้งสองถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลศาลประทับฟ้องและออกหมายขังผู้ร้องทั้งสองไว้ระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 58(4), 71 และ 88ซึ่งเป็นอำนาจที่จะดำเนินการได้แล้ว การคุมขังผู้ร้องทั้งสองจึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001088.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544