คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7470/2544 ฉบับเต็ม

#42667
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7470/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ร้อง นายวิชัย พุทธรัตน์ ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 มาตรา 3, มาตรา 30 ทรัพย์สินที่จะต้องริบตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 30 นั้น ต้องเป็นทรัพย์สินที่ถูกนำมาใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยเท่านั้น และจากนิยามความหมายของคำว่า "การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด" ตามมาตรา 3 มิได้บัญญัติให้รวมเอาการกระทำความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตเข้าไว้ในความหมายของคำว่า "การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด" ด้วย ดังนั้น ที่จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตเพียงสถานเดียวจึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะนำมาตรา 30 มาใช้บังคับได้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งริบรถยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31 ศาลชั้นต้นประกาศนัดไต่สวนคำร้องตามกฎหมาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องและคืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามคำร้องผู้คัดค้านถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน45 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์กระบะนิสสันหมายเลขทะเบียน บ - 9038 ศรีสะเกษเป็นของกลาง ต่อมาผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องผู้คัดค้านฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3227/2540คดีหมายเลขแดงที่ 9149/2541 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่าจำเลย(ผู้คัดค้าน) มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ปรากฏในสำนวน ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องมีว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ เห็นว่า คดีดังกล่าวศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1693/2544 ระหว่างพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ (ผู้ร้อง) กับนายวิชัย พุทธรัตน์ จำเลย(ผู้คัดค้าน) โดยศาลชั้นต้นแจ้งการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 โดยศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษจำเลยหนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีดังกล่าวจึงถึงที่สุดแล้ว ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะเครื่องจักรกล หรือทรัพย์สินอื่นใดที่จะต้องริบตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 30 นั้น จะต้องได้ความว่า เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะ เครื่องจักรกลหรือทรัพย์สินนั้น ๆ ถูกนำมาใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยเท่านั้น และจากนิยามความหมายของคำว่า "การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด"ตามมาตรา 3 แห่งกฎหมายฉบับเดียวกันนี้ มิได้บัญญัติให้รวมเอาการกระทำความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตเข้าไว้ในความหมายของคำว่า "การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย" ดังนั้น ที่จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตเพียงสถานเดียว จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะนำพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 30 มาใช้บังคับได้ ผู้ร้องจะร้องขอให้ริบรถยนต์ของกลางมิได้ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกคำร้องจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุเทพ เจตนาการณ์กุล-ไพศาล เจริญวุฒิ-วิชัย วิสิทธวงศ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42667
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061160"
    }
}
date
2544
deka_no
7470/2544
deka_running_no
7470
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "วิชัย วิสิทธวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519",
        "sections": [
            "ม. 3",
            "ม. 30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายวิชัย พุทธรัตน์"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งริบรถยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31

ศาลชั้นต้นประกาศนัดไต่สวนคำร้องตามกฎหมาย

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องและคืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามคำร้องผู้คัดค้านถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน45 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์กระบะนิสสันหมายเลขทะเบียน บ - 9038 ศรีสะเกษเป็นของกลาง ต่อมาผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องผู้คัดค้านฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3227/2540คดีหมายเลขแดงที่ 9149/2541 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่าจำเลย(ผู้คัดค้าน) มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ปรากฏในสำนวน ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องมีว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ เห็นว่า คดีดังกล่าวศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1693/2544 ระหว่างพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ (ผู้ร้อง) กับนายวิชัย พุทธรัตน์ จำเลย(ผู้คัดค้าน) โดยศาลชั้นต้นแจ้งการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 โดยศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษจำเลยหนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีดังกล่าวจึงถึงที่สุดแล้ว ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะเครื่องจักรกล หรือทรัพย์สินอื่นใดที่จะต้องริบตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 30 นั้น จะต้องได้ความว่า เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะ เครื่องจักรกลหรือทรัพย์สินนั้น ๆ ถูกนำมาใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยเท่านั้น และจากนิยามความหมายของคำว่า "การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด"ตามมาตรา 3 แห่งกฎหมายฉบับเดียวกันนี้ มิได้บัญญัติให้รวมเอาการกระทำความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตเข้าไว้ในความหมายของคำว่า "การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย" ดังนั้น ที่จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตเพียงสถานเดียว จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะนำพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534มาตรา 30 มาใช้บังคับได้ ผู้ร้องจะร้องขอให้ริบรถยนต์ของกลางมิได้ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกคำร้องจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001083.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544