คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7536/2544 ฉบับเต็ม

#42669
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7536/2544 พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ นาย อดุลย์ เอี่ยมละออ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 74 ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 14 ปี แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาปรากฏแก่ศาลฎีกาว่า จำเลยอายุเกิน 18 ปีแล้ว จึงไม่อาจส่งจำเลยไปรับการฝึกและอบรมตามคำพิพากษาของศาลล่างได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) ถือว่าเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งเดิมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมได้ ตามมาตรา 74 วรรคท้าย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 138, 83, 80, 91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 102 ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(2) ประกอบมาตรา 80, 138 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 อายุ 14 ปีจึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 แต่ให้ส่งจำเลยที่ 2 ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ 2 ปี ถึง 3 ปี ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำผิดตามฟ้อง แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ส่งจำเลยที่ 2ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ 2 ปี ถึง 3 ปี นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อปี 2539 จำเลยที่ 2 อายุ 14 ปี แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 2 อายุ 19 ปีแล้ว ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74บัญญัติว่า เด็กอายุกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่เกินสิบสี่ปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้...(5) "ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรมหรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็กตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี" ดังนั้นเมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาเองว่า จำเลยที่ 2 อายุเกิน 18 ปีแล้วจึงไม่อาจส่งจำเลยที่ 2 ไปรับการฝึกและอบรมตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองได้ ถือว่าเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งเดิมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 วรรคท้าย" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มารดาจำเลยที่ 2 รับตัวจำเลยที่ 2 ไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยที่ 2 ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 2 ฟัง มิฉะนั้นศาลจะปรับครั้งละ 500 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(2) (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42669
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082061153"
    }
}
date
2544
deka_no
7536/2544
deka_running_no
7536
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 74"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อดุลย์ เอี่ยมละออ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 138, 83, 80, 91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 102 ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(2) ประกอบมาตรา 80, 138 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 อายุ 14 ปีจึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 แต่ให้ส่งจำเลยที่ 2 ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ 2 ปี ถึง 3 ปี ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของ

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำผิดตามฟ้อง แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ส่งจำเลยที่ 2ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ 2 ปี ถึง 3 ปี นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อปี 2539 จำเลยที่ 2 อายุ 14 ปี แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 2 อายุ 19 ปีแล้ว ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74บัญญัติว่า เด็กอายุกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่เกินสิบสี่ปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้...(5) "ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรมหรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็กตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี" ดังนั้นเมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาเองว่า จำเลยที่ 2 อายุเกิน 18 ปีแล้วจึงไม่อาจส่งจำเลยที่ 2 ไปรับการฝึกและอบรมตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองได้ ถือว่าเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งเดิมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 วรรคท้าย"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มารดาจำเลยที่ 2 รับตัวจำเลยที่ 2 ไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยที่ 2 ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 2 ฟัง มิฉะนั้นศาลจะปรับครั้งละ 500 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(2)
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001083.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544