คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8150/2544 ฉบับเต็ม

#42703
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8150/2544 พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์ นาย สมอง ตันมิ่ง กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 มาตรา 15, มาตรา 66 สิบตำรวจตรี พ. ตกลงล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 จำนวน 11 ถุง ถุงละ 200 เม็ด นัดส่งมอบที่บ้านของจำเลยที่ 1 ต่อมาหลังจากมีการล่อซื้อตามนัดและสายลับส่งสัญญาณแสดงว่ามีเมทแอมเฟตามีนแล้ว พยานโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเดินทางไปยังบ้านของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 เห็นจึงวิ่งหลบหนีแต่ถูกจับกุมและตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนรวม 11 ถุง ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงด้านหน้าของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้อยู่ชั้นบนของบ้าน ดังนี้ โจทก์ไม่มีพยานคนใดเบิกความยืนยันว่าจำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เมทแอมเฟตามีนของกลางจับได้ที่ตัวจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่นอกบ้านส่วนจำเลยที่ 2 อยู่บนบ้าน พฤติการณ์เพียงเท่านี้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 6, 7, 8, 15, 26, 65, 66, 76, 102, 103 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 62 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน มีกัญชาไว้ในครอบครอง ปฏิเสธข้อหานำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน มีกัญชาไว้ในครอบครอง ปฏิเสธข้อหานำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเมทแอมเฟตามีน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 26 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง,76 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11,62 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ 20 ปี ฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 6 เดือน ฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 2 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 20 ปี 6 เดือน จำคุก จำเลยที่ 2 มีกำหนด 20 ปี 2 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 20 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละกึ่งหนึ่งลดโทษให้จำเลยที่ 2 หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี3 เดือน คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 15 ปี 1 เดือน 15 วัน คงจำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 10 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนและกัญชาของกลาง ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยข้อหาความผิดฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตว่า ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่กลับปรับบทว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคหนึ่ง เป็นการไม่ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคหนึ่งลดโทษให้จำเลยที่ 2 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 13 ปี 5 เดือน 10 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีประจักษ์พยานมาเบิกความ 2 ปาก คือร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ กุจิรพันธ์ และสิบตำรวจตรีสมพาน มาตุ่น ซึ่งพยานทั้งสองเบิกความทำนองเดียวกันว่า สิบตำรวจตรีไพล๊อต แสงศรีเรือง ได้แจ้งแก่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ว่า ตกลงล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 จำนวน 11 ถุง ถุงละ200 เม็ด ราคาถุงละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 110,000 บาท นัดส่งมอบที่บ้านของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2539 ก่อนเที่ยง ครั้นถึงวันนัดสิบตำรวจตรีไพล๊อตและสายลับ นำเงินไปที่บ้านของจำเลยที่ 1 จนกระทั่งเวลา 11.40 นาฬิกา สายลับส่งสัญญาณทางวิทยุสื่อสารเป็นรหัส 20 20ซึ่งแสดงว่ามีเมทแอมเฟตามีนแล้ว พยานโจทก์ทั้งสองกับพวกจึงเดินทางไปยังบ้านของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 เห็นพยานโจทก์ทั้งสองกับพวกจึงวิ่งหลบหนี สิบตำรวจตรีสมพานวิ่งไล่ติดตามจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ห่างจากบ้าน 100 เมตร ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนรวม 11 ถุง จำนวน2,100 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในขอบกางเกงด้านหน้าของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2และที่ 3 สิบตำรวจตรีไพล๊อตกับพวกจับกุมได้อยู่ชั้นบนของบ้าน เห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานคนใดเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เมทแอมเฟตามีนของกลางก็จับได้ที่ตัวจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่นอกบ้าน ส่วนจำเลยที่ 2 อยู่บนบ้านพฤติการณ์เพียงเท่านี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 (วสันต์ ตรีสุวรรณ-ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-จำรูญ แสนภักดี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42703
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060387"
    }
}
date
2544
deka_no
8150/2544
deka_running_no
8150
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ",
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "จำรูญ แสนภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 227"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 66"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเลย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สมอง ตันมิ่ง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 6, 7, 8, 15, 26, 65, 66, 76, 102, 103 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 62 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ริบของกลาง

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน มีกัญชาไว้ในครอบครอง ปฏิเสธข้อหานำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีน

จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ

จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน มีกัญชาไว้ในครอบครอง ปฏิเสธข้อหานำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเมทแอมเฟตามีน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 26 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง,76 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 2และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11,62 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ 20 ปี ฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 6 เดือน ฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 2 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 20 ปี 6 เดือน จำคุก จำเลยที่ 2 มีกำหนด 20 ปี 2 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 20 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละกึ่งหนึ่งลดโทษให้จำเลยที่ 2 หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี3 เดือน คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 15 ปี 1 เดือน 15 วัน คงจำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 10 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนและกัญชาของกลาง ข้อหาและคำขออื่นให้ยก

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยข้อหาความผิดฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตว่า ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดฐานร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่กลับปรับบทว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคหนึ่ง เป็นการไม่ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคหนึ่งลดโทษให้จำเลยที่ 2 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 13 ปี 5 เดือน 10 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีประจักษ์พยานมาเบิกความ 2 ปาก คือร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ กุจิรพันธ์ และสิบตำรวจตรีสมพาน มาตุ่น ซึ่งพยานทั้งสองเบิกความทำนองเดียวกันว่า สิบตำรวจตรีไพล๊อต แสงศรีเรือง ได้แจ้งแก่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ว่า ตกลงล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 จำนวน 11 ถุง ถุงละ200 เม็ด ราคาถุงละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 110,000 บาท นัดส่งมอบที่บ้านของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2539 ก่อนเที่ยง ครั้นถึงวันนัดสิบตำรวจตรีไพล๊อตและสายลับ นำเงินไปที่บ้านของจำเลยที่ 1 จนกระทั่งเวลา 11.40 นาฬิกา สายลับส่งสัญญาณทางวิทยุสื่อสารเป็นรหัส 20 20ซึ่งแสดงว่ามีเมทแอมเฟตามีนแล้ว พยานโจทก์ทั้งสองกับพวกจึงเดินทางไปยังบ้านของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 เห็นพยานโจทก์ทั้งสองกับพวกจึงวิ่งหลบหนี สิบตำรวจตรีสมพานวิ่งไล่ติดตามจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ห่างจากบ้าน 100 เมตร ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนรวม 11 ถุง จำนวน2,100 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในขอบกางเกงด้านหน้าของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2และที่ 3 สิบตำรวจตรีไพล๊อตกับพวกจับกุมได้อยู่ชั้นบนของบ้าน เห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานคนใดเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เมทแอมเฟตามีนของกลางก็จับได้ที่ตัวจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่นอกบ้าน ส่วนจำเลยที่ 2 อยู่บนบ้านพฤติการณ์เพียงเท่านี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001076.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544