คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8388/2544 ฉบับเต็ม

#42718
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8388/2544 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นาย ปัญญา วงศาโรจน์หรือวงศ์ศาโรจน์ จำเลย ป.อ. มาตรา 58 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก มิได้มีข้อจำกัด ว่าจะต้องเป็นการบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเพียงคดีเดียวดังนั้น ในกรณีที่มีการรอการลงโทษในคดีก่อนหลายคดี ศาลที่พิพากษาคดีหลังก็ย่อมมีอำนาจที่จะบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทุกคดีเข้ากับโทษในคดีหลังได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีสูดดมควันอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนติดอยู่ที่กระดาษตะกั่วมีรอยเผาไหม้จำนวน 1 ชิ้น หลอดไม้จำนวน 1 อัน ซึ่งไม่สามารถแยกคำนวณจำนวนปริมาณและน้ำหนักได้อันเป็นอุปกรณ์ในการเสพไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท ฐานมียาเสพติดให้โทษ (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 232/2543 ของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2543 และเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 1 เดือนปรับ 1,200 บาท ฐานเสพยาเสพติดให้โทษ (กัญชา) โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1330/2543 ของศาลแขวงราชบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2543 และจำเลยกลับมากระทำผิดในคดีนี้อีกในระหว่างรอการลงโทษในคดีก่อน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91 ริบไฟแช็กแก๊สของกลาง และบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 67, 91 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และให้นำโทษจำคุก 6 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 232/2543ของศาลชั้นต้น กับโทษจำคุก 1 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1330/2543 ของศาลแขวงราชบุรี บวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้รวมเป็นจำคุก 1 ปี 7 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามข้อ 2.1 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และให้นับโทษจำคุก 6 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 232/2543ของศาลชั้นต้น กับโทษจำคุก 1 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1330/2543ของศาลแขวงราชบุรีที่รอการลงโทษไว้ทั้งสองคดี บวกเข้ากับโทษในคดีนี้รวมเป็นจำคุก 1 ปี 7 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ที่จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามเจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ต้องการให้นำโทษในคดีก่อนเพียงคดีเดียวมาบวกกับโทษในคดีหลัง การที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 232/2543 ของศาลชั้นต้น และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1330/2543 ของศาลแขวงราชบุรี ที่รอการลงโทษไว้ทั้งสองคดีมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ เป็นการไม่ถูกต้องนั้น ปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังได้โดยมิได้มีข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเพียงคดีเดียวดังนั้น ในกรณีที่มีการรอการลงโทษในคดีก่อนหลายคดี ศาลที่พิพากษาคดีหลังก็ย่อมมีอำนาจที่จะบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทุกคดีเข้ากับโทษในคดีหลังได้ การที่ศาลล่างทั้งสองบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีทั้งสองดังกล่าวเข้ากับโทษในคดีนี้จึงถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ประชา ประสงค์จรรยา-ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-สุรพล เจียมจูไร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42718
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060056"
    }
}
date
2544
deka_no
8388/2544
deka_running_no
8388
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ",
    "สุรพล เจียมจูไร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 58"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ปัญญา วงศาโรจน์หรือวงศ์ศาโรจน์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีสูดดมควันอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนติดอยู่ที่กระดาษตะกั่วมีรอยเผาไหม้จำนวน 1 ชิ้น หลอดไม้จำนวน 1 อัน ซึ่งไม่สามารถแยกคำนวณจำนวนปริมาณและน้ำหนักได้อันเป็นอุปกรณ์ในการเสพไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท ฐานมียาเสพติดให้โทษ (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 232/2543 ของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2543 และเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 1 เดือนปรับ 1,200 บาท ฐานเสพยาเสพติดให้โทษ (กัญชา) โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1330/2543 ของศาลแขวงราชบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2543 และจำเลยกลับมากระทำผิดในคดีนี้อีกในระหว่างรอการลงโทษในคดีก่อน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91 ริบไฟแช็กแก๊สของกลาง และบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 67, 91 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และให้นำโทษจำคุก 6 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 232/2543ของศาลชั้นต้น กับโทษจำคุก 1 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1330/2543 ของศาลแขวงราชบุรี บวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้รวมเป็นจำคุก 1 ปี 7 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามข้อ 2.1

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และให้นับโทษจำคุก 6 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 232/2543ของศาลชั้นต้น กับโทษจำคุก 1 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1330/2543ของศาลแขวงราชบุรีที่รอการลงโทษไว้ทั้งสองคดี บวกเข้ากับโทษในคดีนี้รวมเป็นจำคุก 1 ปี 7 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ที่จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามเจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ต้องการให้นำโทษในคดีก่อนเพียงคดีเดียวมาบวกกับโทษในคดีหลัง การที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 232/2543 ของศาลชั้นต้น และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1330/2543 ของศาลแขวงราชบุรี ที่รอการลงโทษไว้ทั้งสองคดีมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ เป็นการไม่ถูกต้องนั้น ปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังได้โดยมิได้มีข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเพียงคดีเดียวดังนั้น ในกรณีที่มีการรอการลงโทษในคดีก่อนหลายคดี ศาลที่พิพากษาคดีหลังก็ย่อมมีอำนาจที่จะบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทุกคดีเข้ากับโทษในคดีหลังได้ การที่ศาลล่างทั้งสองบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีทั้งสองดังกล่าวเข้ากับโทษในคดีนี้จึงถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001073.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544