คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8519/2544 ฉบับเต็ม

#42725
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8519/2544 พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงขอนแก่น โจทก์ นาย หลัด ก่ำเดช จำเลย ป.อ. มาตรา 5 การที่จำเลยกับพวกร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานว่า พวกของจำเลยทำบัตรประจำตัวประชาชนสูญหายขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ในชื่อที่ไม่ตรงความจริง นับเป็นการกระทำที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศชาติ ทั้งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นที่เป็นเจ้าของบัตรประจำตัวประชาชนที่แท้จริงได้ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ขณะเกิดเหตุจำเลยมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านย่อมมีหน้าที่ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายแต่กลับมากระทำความผิดเสียเอง เหตุที่จำเลยอ้างว่าเคยประกอบคุณความดีต่าง ๆมาก่อนนั้นไม่เพียงพอที่จะรับฟังเพื่อการรอการลงโทษจำคุกได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อนายพงษ์เทพ พรมทา ปลัดอำเภอภูผาม่าน ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานบัตรประจำตัวประชาชน ประจำสำนักทะเบียนอำเภอภูผาม่านว่า พวกของจำเลยชื่อนายบุญมี จันดีทอง อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 4ตำบลนาฝาย อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ทำบัตรประจำตัวประชาชนสูญหาย จึงแจ้งความไว้เพื่อขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ต่อไป ความจริงแล้วพวกของจำเลยชื่อนายอรรถวุฒิหรือสมควรหรืออี แดงคำมี และไม่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนหายแต่อย่างใดซึ่งอาจทำให้นายพงษ์เทพ เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอภูผาม่านนายบุญมี เจ้าพนักงานหรือประชาชนเสียหาย ต่อมาในวันเวลาเดียวกันหลังจากจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิดดังกล่าวแล้ว จำเลยกับพวกร่วมกันแจ้งให้นายพงษ์เทพ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ มีหน้าที่สอบสวนผู้ขอมีบัตรประจำตัวประชาชนจดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกคำให้การของผู้ขอมีบัตรประจำตัวประชาชนอันเป็นเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยรับรองว่าพวกของจำเลยซึ่งได้ยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนเป็นบุคคลคนเดียวกับนายบุญมีซึ่งเป็นญาติของจำเลยซึ่งความจริงแล้วพวกของจำเลยมีชื่อว่านายอรรถวุฒิหรือสมควรหรืออี โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายพงษ์เทพ เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอภูผาม่านนายบุญมี เจ้าพนักงานหรือประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 83, 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 267, 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า บัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารสำคัญของทางราชการที่ออกให้โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญประการหนึ่งเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการแสดงตนของบุคคล จำเลยกับพวกร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานและร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานว่า พวกของจำเลยชื่อนายบุญมี จันดีทอง ทำบัตรประจำตัวประชาชนสูญหาย ขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ในนามของนายบุญมี นับเป็นการกระทำที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศชาติทั้งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยเฉพาะผู้มีชื่อเป็นเจ้าของบัตรประจำตัวประชาชนที่แท้จริงได้ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงประกอบกับตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านปรากฏว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน จำเลยย่อมมีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายแต่จำเลยกลับมากระทำความผิดดังกล่าวเสียเอง เหตุที่จำเลยอ้างในฎีกาว่า จำเลยเคยประกอบคุณงามความดีต่าง ๆมาก่อนนั้น ไม่เพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (อัธยา ดิษยบุตร-ปรีดี รุ่งวิสัย-สมศักดิ์ เนตรมัย) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42725
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059845"
    }
}
date
2544
deka_no
8519/2544
deka_running_no
8519
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงขอนแก่น"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย หลัด ก่ำเดช"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อนายพงษ์เทพ พรมทา ปลัดอำเภอภูผาม่าน ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานบัตรประจำตัวประชาชน ประจำสำนักทะเบียนอำเภอภูผาม่านว่า พวกของจำเลยชื่อนายบุญมี จันดีทอง อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 4ตำบลนาฝาย อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ทำบัตรประจำตัวประชาชนสูญหาย จึงแจ้งความไว้เพื่อขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ต่อไป ความจริงแล้วพวกของจำเลยชื่อนายอรรถวุฒิหรือสมควรหรืออี แดงคำมี และไม่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนหายแต่อย่างใดซึ่งอาจทำให้นายพงษ์เทพ เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอภูผาม่านนายบุญมี เจ้าพนักงานหรือประชาชนเสียหาย ต่อมาในวันเวลาเดียวกันหลังจากจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิดดังกล่าวแล้ว จำเลยกับพวกร่วมกันแจ้งให้นายพงษ์เทพ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ มีหน้าที่สอบสวนผู้ขอมีบัตรประจำตัวประชาชนจดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกคำให้การของผู้ขอมีบัตรประจำตัวประชาชนอันเป็นเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยรับรองว่าพวกของจำเลยซึ่งได้ยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนเป็นบุคคลคนเดียวกับนายบุญมีซึ่งเป็นญาติของจำเลยซึ่งความจริงแล้วพวกของจำเลยมีชื่อว่านายอรรถวุฒิหรือสมควรหรืออี โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายพงษ์เทพ เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอภูผาม่านนายบุญมี เจ้าพนักงานหรือประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 83, 91

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 267, 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า บัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารสำคัญของทางราชการที่ออกให้โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญประการหนึ่งเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการแสดงตนของบุคคล จำเลยกับพวกร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานและร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานว่า พวกของจำเลยชื่อนายบุญมี จันดีทอง ทำบัตรประจำตัวประชาชนสูญหาย ขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ในนามของนายบุญมี นับเป็นการกระทำที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศชาติทั้งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยเฉพาะผู้มีชื่อเป็นเจ้าของบัตรประจำตัวประชาชนที่แท้จริงได้ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงประกอบกับตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านปรากฏว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน จำเลยย่อมมีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายแต่จำเลยกลับมากระทำความผิดดังกล่าวเสียเอง เหตุที่จำเลยอ้างในฎีกาว่า จำเลยเคยประกอบคุณงามความดีต่าง ๆมาก่อนนั้น ไม่เพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001071.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544