คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2545 ฉบับเต็ม

#42737
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2545 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นาย จำรัส หนูฉ้ง จำเลย ป.อ. มาตรา 78 เหตุเกิดเวลากลางวันมีผู้รู้เห็นเหตุการณ์หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยานโจทก์ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ต่างเบิกความยืนยันว่าเห็นและจำได้แม่นยำว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายหลังเกิดเหตุแล้วประมาณ 5 วัน เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนได้เค้ามูลว่าจำเลยเป็นคนร้ายและนำภาพถ่ายของจำเลยไปให้พยานทั้งสองดูต่างยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย พยานโจทก์ดังกล่าวมีโอกาสเห็นจำเลยอย่างใกล้ชิดและนานพอที่จะจำจำเลยได้ไม่ผิดตัว พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบแน่นหนามั่นคงมีน้ำหนักพอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องอาศัยคำรับสารภาพของจำเลย คำให้การรับสารภาพของจำเลยจึงไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีไม่มีเหตุบรรเทาโทษที่ศาลจะลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 288, 289 ริบหมวกนิรภัยและหัวกระสุนปืนของกลางและขอให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1532/2540, 1939/2540, 2485/2540 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2932/2541 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมเป็นให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) (ที่ถูกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 83) ลงโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเมื่อสืบประจักษ์พยานและพยานปากสำคัญของโจทก์เสร็จแล้ว เป็นการจำนนต่อหลักฐานของโจทก์ ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ จึงไม่สมควรลดโทษให้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1532/2540, 1939/2540, 2485/2540 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2932/2541 ของศาลชั้นต้นนั้น เมื่อศาลพิพากษาประหารชีวิตจำเลยแล้ว จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2539 เวลาประมาณ 17 นาฬิกาจำเลยได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่นายสมพรหรือจรวด เชยชื่อจิตรจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2702/2539 ของศาลชั้นต้น เป็นผู้ขับไปจอดที่หน้าบ้านของผู้ตายซึ่งเปิดเป็นร้ายขายของชำ แล้วจำเลยลงจากรถจักรยานยนต์ตรงเข้าไปใช้อาวุธปืนสั้นยิงผู้ตายซึ่งนั่งอยู่ที่ม้าหินหน้าบ้านหลายนัด ขณะเกิดเหตุมีนางมณฑา เพชรอินทร์ ภริยาของผู้ตาย นางจิราพันธ์ เพชรอินทร์ น้องสาวของผู้ตาย นายชัยวัฒน์ ศุภนาม ซึ่งเป็นสามีของนางจิราพันธ์ และนายปรีชา ช่วยออก อยู่ในบริเวณใกล้เคียง นายชัยวัฒน์หันไปหยิบมีดจะฟันจำเลยแต่ถูกพวกของจำเลยใช้อาวุธปืนสั้นจี้ขู่เข็ญไม่ให้เข้าช่วยผู้ตาย แล้วจำเลยกับพวกขึ้นรถจักรยานยนต์แล่นหลบหนีไปคงมีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยว่า คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษที่สมควรลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หรือไม่ เห็นว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้นในเวลากลางวันและมีผู้รู้เห็นเหตุการณ์หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายชัยวัฒน์กับนางจิราพันธ์ พยานโจทก์ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ต่างเบิกความยืนยันว่าเห็นและจำได้แม่นยำว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย หลังเกิดเหตุแล้วประมาณ 5 วันเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนได้เค้ามูลว่าจำเลยเป็นคนร้ายและนำภาพถ่ายของจำเลยไปให้พยานทั้งสองดูนายชัยวัฒน์กับนางจิราพันธ์ต่างยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย พยานโจทก์ดังกล่าวมีโอกาสเห็นจำเลยอย่างใกล้ชิดและนานพอที่จะจำจำเลยได้ไม่ผิดตัว พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบแน่นหนามั่นคงมีน้ำหนักพอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องอาศัยคำรับสารภาพของจำเลย คำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีไม่มีเหตุบรรเทาโทษที่ศาลจะลดโทษให้จำเลยตามที่จำเลยฎีกา คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยอ้างรูปเรื่องไม่ตรงกับคดีนี้ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับคดีนี้ได้ศาลล่างทั้งสองไม่ลดโทษให้จำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42737
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058213"
    }
}
date
2545
deka_no
132/2545
deka_running_no
132
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 78"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดตรัง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย จำรัส หนูฉ้ง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 288, 289 ริบหมวกนิรภัยและหัวกระสุนปืนของกลางและขอให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1532/2540, 1939/2540, 2485/2540 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2932/2541 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมเป็นให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) (ที่ถูกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 83) ลงโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเมื่อสืบประจักษ์พยานและพยานปากสำคัญของโจทก์เสร็จแล้ว เป็นการจำนนต่อหลักฐานของโจทก์ ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ จึงไม่สมควรลดโทษให้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1532/2540, 1939/2540, 2485/2540 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2932/2541 ของศาลชั้นต้นนั้น เมื่อศาลพิพากษาประหารชีวิตจำเลยแล้ว จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2539 เวลาประมาณ 17 นาฬิกาจำเลยได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่นายสมพรหรือจรวด เชยชื่อจิตรจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2702/2539 ของศาลชั้นต้น เป็นผู้ขับไปจอดที่หน้าบ้านของผู้ตายซึ่งเปิดเป็นร้ายขายของชำ แล้วจำเลยลงจากรถจักรยานยนต์ตรงเข้าไปใช้อาวุธปืนสั้นยิงผู้ตายซึ่งนั่งอยู่ที่ม้าหินหน้าบ้านหลายนัด ขณะเกิดเหตุมีนางมณฑา เพชรอินทร์ ภริยาของผู้ตาย นางจิราพันธ์ เพชรอินทร์ น้องสาวของผู้ตาย นายชัยวัฒน์ ศุภนาม ซึ่งเป็นสามีของนางจิราพันธ์ และนายปรีชา ช่วยออก อยู่ในบริเวณใกล้เคียง นายชัยวัฒน์หันไปหยิบมีดจะฟันจำเลยแต่ถูกพวกของจำเลยใช้อาวุธปืนสั้นจี้ขู่เข็ญไม่ให้เข้าช่วยผู้ตาย แล้วจำเลยกับพวกขึ้นรถจักรยานยนต์แล่นหลบหนีไปคงมีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยว่า คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษที่สมควรลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หรือไม่ เห็นว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้นในเวลากลางวันและมีผู้รู้เห็นเหตุการณ์หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายชัยวัฒน์กับนางจิราพันธ์ พยานโจทก์ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ต่างเบิกความยืนยันว่าเห็นและจำได้แม่นยำว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย หลังเกิดเหตุแล้วประมาณ 5 วันเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนได้เค้ามูลว่าจำเลยเป็นคนร้ายและนำภาพถ่ายของจำเลยไปให้พยานทั้งสองดูนายชัยวัฒน์กับนางจิราพันธ์ต่างยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย พยานโจทก์ดังกล่าวมีโอกาสเห็นจำเลยอย่างใกล้ชิดและนานพอที่จะจำจำเลยได้ไม่ผิดตัว พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบแน่นหนามั่นคงมีน้ำหนักพอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องอาศัยคำรับสารภาพของจำเลย คำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีไม่มีเหตุบรรเทาโทษที่ศาลจะลดโทษให้จำเลยตามที่จำเลยฎีกา คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยอ้างรูปเรื่องไม่ตรงกับคดีนี้ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับคดีนี้ได้ศาลล่างทั้งสองไม่ลดโทษให้จำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001056.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545