คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2545 ฉบับเต็ม

#42761
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2545 นาย ภานุมาศ ขัดเงางาม โจทก์ นาย เอี่ยม ฉายางาม กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23 ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 29ธันวาคม 2542 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2543 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 คดีของโจทก์ไม่มีข้อยุ่งยาก เอกสารที่อ้างมีจำนวนไม่มากนัก โจทก์ย่อมสามารถทำอุทธรณ์ยื่นต่อศาลได้ แต่โจทก์กลับไม่กระทำอ้างว่ามีงานอาจารย์อีกหลายอย่างที่จะต้องปฏิบัติ ทั้งโจทก์มีทนายความแม้ทนายความโจทก์จะอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่แต่โจทก์ก็สามารถให้ทนายความยื่นอุทธรณ์แทนโจทก์ได้การที่โจทก์เดินทางกลับจากการสอนเสริมในต่างจังหวัดโดยเครื่องบินเที่ยวเช้าในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 ไม่ได้จนต้องเดินทางโดยเครื่องบินเที่ยวบ่าย ทำให้ยื่นอุทธรณ์ไม่ทัน เป็นข้อบกพร่องของโจทก์เอง ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ที่ยื่นในวันที่ 29 กุมภาพันธ์2543 อีกได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83 ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4และที่ 5 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 โจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีกเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2543 ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่ากรณีมีเหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้หรือไม่คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม2542 ในเบื้องต้นโจทก์มีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังแต่โจทก์อ้างว่ายังไม่ได้รับสำเนาคำเบิกความ สำเนาเอกสาร และสำเนาคำพิพากษา จึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2543 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 ซึ่งเป็นระยะเวลาเดือนเศษคดีของโจทก์ไม่มีข้อยุ่งยาก เอกสารที่อ้างมีจำนวนไม่มากนัก ระยะเวลาดังกล่าวโจทก์ย่อมสามารถทำอุทธรณ์ยื่นต่อศาลได้แต่โจทก์กลับไม่กระทำ อ้างว่ามีงานอาจารย์อีกหลายอย่างที่จะต้องปฏิบัติ นับว่าโจทก์วางใจมากเกินไป ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์2543 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์โจทก์อ้างว่าต้องไปสอนเสริมที่จังหวัดลำปางและจังหวัดแพร่ในวันที่20 และ 27 กุมภาพันธ์ 2543 โดยมีกำหนดกลับที่พักในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 ก่อนเวลา 13 นาฬิกา ซึ่งโจทก์จะเดินทางโดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด ในเที่ยวบินช่วงเช้าแต่เที่ยวบินเต็ม จึงเดินทางกลับเที่ยวบินเวลา 15.15 นาฬิกา ทำให้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทัน แม้โจทก์จะมีภารกิจดังกล่าวแต่โจทก์ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าในฐานะที่โจทก์เป็นคู่ความผู้มีสิทธิอุทธรณ์ โจทก์มีหน้าที่ต้องยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ขยายไม่ใช่ปฏิบัติภารกิจอื่นจนใกล้ชิดกับวันที่โจทก์จะต้องไปยื่นอุทธรณ์คดีนี้โจทก์มีทนายความแม้ทนายความโจทก์จะอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่โจทก์ก็สามารถให้ทนายความยื่นอุทธรณ์แทนโจทก์ได้ การที่โจทก์เดินทางโดยเครื่องบินเที่ยวเช้าในวันที่ 28กุมภาพันธ์ 2543 ไม่ได้จนต้องเดินทางโดยเครื่องบินเที่ยวบ่าย ทำให้ยื่นอุทธรณ์ไม่ทันเป็นข้อบกพร่องของโจทก์เอง ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์อีกได้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สบโชค สุขารมณ์-ชูชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42761
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057321"
    }
}
date
2545
deka_no
677/2545
deka_running_no
677
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ชูชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ภานุมาศ ขัดเงางาม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย เอี่ยม ฉายางาม กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83

ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4และที่ 5 ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 โจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีกเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2543 ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่ากรณีมีเหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้หรือไม่คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม2542 ในเบื้องต้นโจทก์มีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังแต่โจทก์อ้างว่ายังไม่ได้รับสำเนาคำเบิกความ สำเนาเอกสาร และสำเนาคำพิพากษา จึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2543 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 ซึ่งเป็นระยะเวลาเดือนเศษคดีของโจทก์ไม่มีข้อยุ่งยาก เอกสารที่อ้างมีจำนวนไม่มากนัก ระยะเวลาดังกล่าวโจทก์ย่อมสามารถทำอุทธรณ์ยื่นต่อศาลได้แต่โจทก์กลับไม่กระทำ อ้างว่ามีงานอาจารย์อีกหลายอย่างที่จะต้องปฏิบัติ นับว่าโจทก์วางใจมากเกินไป ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์2543 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์โจทก์อ้างว่าต้องไปสอนเสริมที่จังหวัดลำปางและจังหวัดแพร่ในวันที่20 และ 27 กุมภาพันธ์ 2543 โดยมีกำหนดกลับที่พักในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 ก่อนเวลา 13 นาฬิกา ซึ่งโจทก์จะเดินทางโดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด ในเที่ยวบินช่วงเช้าแต่เที่ยวบินเต็ม จึงเดินทางกลับเที่ยวบินเวลา 15.15 นาฬิกา ทำให้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทัน แม้โจทก์จะมีภารกิจดังกล่าวแต่โจทก์ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าในฐานะที่โจทก์เป็นคู่ความผู้มีสิทธิอุทธรณ์ โจทก์มีหน้าที่ต้องยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ขยายไม่ใช่ปฏิบัติภารกิจอื่นจนใกล้ชิดกับวันที่โจทก์จะต้องไปยื่นอุทธรณ์คดีนี้โจทก์มีทนายความแม้ทนายความโจทก์จะอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่โจทก์ก็สามารถให้ทนายความยื่นอุทธรณ์แทนโจทก์ได้ การที่โจทก์เดินทางโดยเครื่องบินเที่ยวเช้าในวันที่ 28กุมภาพันธ์ 2543 ไม่ได้จนต้องเดินทางโดยเครื่องบินเที่ยวบ่าย ทำให้ยื่นอุทธรณ์ไม่ทันเป็นข้อบกพร่องของโจทก์เอง ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์อีกได้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001048.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545