คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2545 ฉบับเต็ม

#42781
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2545 ธนาคาร สหธนาคาร จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย วัชระ ปฏิโภคสุทธิ์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 197 เดิม, มาตรา 201 เดิม ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความในวันนัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน แต่เมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้อนุญาตให้ถอนตัวและให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์ในนัดต่อมา โดยทนายโจทก์ลงชื่อทราบคำสั่งและวันนัดสืบพยานโจทก์ในรายงานกระบวนพิจารณา ต้องถือว่าโจทก์ทราบวันนัดสืบพยานโดยชอบแล้ว การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเช่นนี้ จึงเป็นความผิดของโจทก์และถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ส่วนการที่ทนายจำเลยแถลงขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร ก็มิใช่คำแถลงที่มีความหมายในทางที่จำเลยประสงค์หรือตั้งใจจะให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 201 เดิม ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะจำหน่ายคดีจากสารบบความได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี และขอบังคับจำนอง จำเลยให้การต่อสู้คดีศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณานัดสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนและมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดี 3 นัด โดยเห็นว่า คู่ความอาจตกลงกันได้ เมื่อถึงวันนัดที่สี่ ทนายโจทก์และทนายจำเลยมาศาลทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวออกจากการเป็นทนายโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต เนื่องจากโจทก์ยังไม่ทราบการขอถอนตัวของทนายโจทก์และมีคำสั่งให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์หรือนัดทำยอมในนัดหน้ากับได้กำชับทนายโจทก์ให้แจ้งการถอนตัวแก่โจทก์และให้โจทก์แต่งตั้งทนายความคนใหม่เข้ามาว่าคดีด้วย ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์นัดต่อมาทนายจำเลยมาศาล ส่วนโจทก์และทนายโจทก์ไม่มา ทนายจำเลยแถลงขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์ยื่นคำร้องว่า คำแถลงของทนายจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรประกอบกับคำให้การของจำเลยที่ขอให้ยกฟ้องโจทก์เท่ากับจำเลยมีความประสงค์จะให้ศาลดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลจึงชอบที่จะมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาแล้วพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปฝ่ายเดียวการที่ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำหน่ายคดีจึงไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่สั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำหน่ายคดีกับให้นัดสืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนาย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีไป ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์นัดต่อมา โจทก์ยังมิได้แต่งทนายความคนใหม่เข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณา ซึ่งมิใช่ความผิดของโจทก์ การที่ทนายจำเลยแถลงขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรศาลชั้นต้นชอบที่จะให้เลื่อนคดีไปและหมายเรียกโจทก์มาสอบถามเรื่องการถอนทนายความเสียก่อนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 ซึ่งใช้บังคับในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องบัญญัติว่า "ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานให้โจทก์ทราบโดยชอบแล้วโจทก์ขาดนัดพิจารณาให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความเว้นแต่จำเลยจะได้แจ้งต่อศาลในวันหรือก่อนวันสืบพยานว่า ตนตั้งใจจะให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป..." ดังนั้นแม้ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความในวันนัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนแต่เมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้อนุญาตให้ทนายโจทก์ถอนตัวและให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์ในนัดต่อมา โดยทนายโจทก์ลงชื่อทราบคำสั่งและวันนัดสืบพยานโจทก์ในรายงานกระบวนพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นแล้วต้องถือว่าโจทก์ทราบวันนัดสืบพยานดังกล่าวโดยชอบแล้ว การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเช่นนี้ จึงเป็นความผิดของโจทก์และถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นชอบที่จะจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ ส่วนการที่ทนายจำเลยแถลงขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร ก็มิใช่คำแถลงที่มีความหมายในทางที่จำเลยประสงค์หรือตั้งใจจะให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วิชา มหาคุณ-วิชัย วิวิตเสวี-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42781
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082056542"
    }
}
date
2545
deka_no
1162/2545
deka_running_no
1162
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิชา มหาคุณ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 197 เดิม",
            "ม. 201 เดิม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร สหธนาคาร จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย วัชระ ปฏิโภคสุทธิ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี และขอบังคับจำนอง จำเลยให้การต่อสู้คดีศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณานัดสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนและมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดี 3 นัด โดยเห็นว่า คู่ความอาจตกลงกันได้ เมื่อถึงวันนัดที่สี่ ทนายโจทก์และทนายจำเลยมาศาลทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวออกจากการเป็นทนายโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต เนื่องจากโจทก์ยังไม่ทราบการขอถอนตัวของทนายโจทก์และมีคำสั่งให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์หรือนัดทำยอมในนัดหน้ากับได้กำชับทนายโจทก์ให้แจ้งการถอนตัวแก่โจทก์และให้โจทก์แต่งตั้งทนายความคนใหม่เข้ามาว่าคดีด้วย ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์นัดต่อมาทนายจำเลยมาศาล ส่วนโจทก์และทนายโจทก์ไม่มา ทนายจำเลยแถลงขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ

โจทก์ยื่นคำร้องว่า คำแถลงของทนายจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรประกอบกับคำให้การของจำเลยที่ขอให้ยกฟ้องโจทก์เท่ากับจำเลยมีความประสงค์จะให้ศาลดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลจึงชอบที่จะมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาแล้วพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปฝ่ายเดียวการที่ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำหน่ายคดีจึงไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่สั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำหน่ายคดีกับให้นัดสืบพยานโจทก์ต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนาย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีไป ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์นัดต่อมา โจทก์ยังมิได้แต่งทนายความคนใหม่เข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณา ซึ่งมิใช่ความผิดของโจทก์ การที่ทนายจำเลยแถลงขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรศาลชั้นต้นชอบที่จะให้เลื่อนคดีไปและหมายเรียกโจทก์มาสอบถามเรื่องการถอนทนายความเสียก่อนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 ซึ่งใช้บังคับในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องบัญญัติว่า "ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานให้โจทก์ทราบโดยชอบแล้วโจทก์ขาดนัดพิจารณาให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความเว้นแต่จำเลยจะได้แจ้งต่อศาลในวันหรือก่อนวันสืบพยานว่า ตนตั้งใจจะให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป..." ดังนั้นแม้ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความในวันนัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนแต่เมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้อนุญาตให้ทนายโจทก์ถอนตัวและให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์ในนัดต่อมา โดยทนายโจทก์ลงชื่อทราบคำสั่งและวันนัดสืบพยานโจทก์ในรายงานกระบวนพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นแล้วต้องถือว่าโจทก์ทราบวันนัดสืบพยานดังกล่าวโดยชอบแล้ว การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเช่นนี้ จึงเป็นความผิดของโจทก์และถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นชอบที่จะจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ ส่วนการที่ทนายจำเลยแถลงขอให้ศาลพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร ก็มิใช่คำแถลงที่มีความหมายในทางที่จำเลยประสงค์หรือตั้งใจจะให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001041.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545