คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2545 ฉบับเต็ม

#42783
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2545 นาย มนัส ประจักษ์จิตร์ โจทก์ นาย สิทธิศักดิ์ ศุกรเวทย์ศิริ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 132 ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว หากคดีอาญาพิพากษาเสร็จแล้ว ให้โจทก์แถลงเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปภายใน 15 วัน มิฉะนั้นศาลจะไม่ยกคดีขึ้นพิจารณา โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เมื่อโจทก์ทราบคำพิพากษาศาลฎีกาคดีดังกล่าวแล้ว โจทก์มิได้แถลงต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งศาล และเพิ่งมายื่นคำร้องต่อศาลให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปหลังจากทราบคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วประมาณ6 เดือน แสดงว่าโจทก์ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจปฏิบัติตามคำสั่งศาลกรณีจึงไม่มีเหตุสมควรยกคดีขึ้นพิจารณา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของโจทก์ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ยักยอกเงินค่าสินค้าของโจทก์ที่โจทก์มอบหมายให้จำเลยที่ 1 ไปเก็บจากลูกค้าของโจทก์รวมหลายรายการ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินที่ยักยอกไปพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 9 มีนาคม 2536 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องว่าคดีนี้เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1348/2539ของศาลแขวงธนบุรี ขอให้ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราวเพื่อรอผลการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนอาญา จำเลยทั้งสองคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราวหากคดีอาญาดังกล่าวพิจารณาเสร็จแล้ว ให้โจทก์หรือจำเลยทั้งสองแถลงเพื่อหยิบยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปภายใน 15 วัน มิฉะนั้นจะไม่ยกคดีขึ้นพิจารณา ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2541 โจทก์ยื่นคำร้องว่า ศาลแขวงธนบุรีได้อ่านคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 20 มกราคม2541 แต่ทนายโจทก์ไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบ โจทก์เพิ่งทราบเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2541 จึงไม่สามารถแถลงเพื่อให้ศาลหยิบยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปได้ภายในกำหนด 15 วัน ขอให้ศาลชั้นต้นหยิบยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุสมควรยกคดีขึ้นพิจารณาหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ได้ลงลายมือชื่อทราบคำสั่งศาลที่ให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความชั่วคราวหากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1348/2534 ของศาลแขวงธนบุรี ศาลพิพากษาเสร็จแล้ว ให้โจทก์แถลงเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปภายใน15 วัน มิฉะนั้นศาลจะไม่ยกคดีขึ้นพิจารณาตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 9 มีนาคม 2536 โจทก์จึงทราบและมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลดังกล่าวได้ความว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาศาลฎีกาคดีดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2541 โดยโจทก์ได้ไปฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแขวงธนบุรี เอกสารหมาย ร.3 โจทก์กลับมิได้ดำเนินการแถลงต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งศาลแต่อย่างใด และเพิ่งมายื่นคำร้องต่อศาลให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2541 ซึ่งเป็นระยะเวลาเนิ่นนานหลังจากทราบคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วประมาณ6 เดือน แสดงว่าโจทก์ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจปฏิบัติตามคำสั่งศาลทั้งคำสั่งศาลดังกล่าวก็ชัดเจนและสามารถปฏิบัติได้โดยโจทก์ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีความรู้เชี่ยวชาญในกฎหมายแต่อย่างใด ข้ออ้างของโจทก์ว่าไม่เข้าใจความหมายของคำสั่งศาลจึงไม่อาจรับฟังได้ กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรยกคดีขึ้นพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่โจทก์ขอให้ศาลฎีกาสั่งคืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์ตามสมควรด้วยนั้น เป็นข้อที่โจทก์เพิ่งยกขึ้นมาในชั้นฎีกา มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน (สมชาย พงษธา-วิชัย ชื่นชมพูนุท-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ การสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความชั่วคราว เพื่อรอฟังผลคดีอื่น ถือว่าคดีนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณา (คำพิพากษาฎีกาที่ 421/2524) ถ้าในระหว่างนี้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างใด โจทก์เพิกเฉยย่อมถือว่า โจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ได้ แต่คดีนี้ศาลสั่งให้โจทก์หรือจำเลยแถลงถึงผลคดีอาญาเมื่อคดีอาญาพิจารณาเสร็จแล้ว ให้ศาลทราบภายใน 15 วัน เพื่อหยิบยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปมิฉะนั้นจะไม่ยกคดีขึ้นพิจารณา มิได้สั่งให้โจทก์เท่านั้นเป็นผู้แถลงจะถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องคงไม่ถนัดนัก จึงได้แต่บังคับตามคำสั่งในตอนท้ายที่ว่าจะไม่ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปเท่านั้น คดีนี้ถ้าโจทก์นำไปฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ ย่อมเป็นฟ้องซ้อน ตามมาตรา 173 อย่างไรก็ตามโจทก์น่าจะขอถอนฟ้องคดีนี้ตามมาตรา 175 ได้ ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42783
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082056539"
    }
}
date
2545
deka_no
1175/2545
deka_running_no
1175
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 132"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย มนัส ประจักษ์จิตร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สิทธิศักดิ์ ศุกรเวทย์ศิริ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของโจทก์ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ยักยอกเงินค่าสินค้าของโจทก์ที่โจทก์มอบหมายให้จำเลยที่ 1 ไปเก็บจากลูกค้าของโจทก์รวมหลายรายการ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินที่ยักยอกไปพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 9 มีนาคม 2536 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องว่าคดีนี้เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1348/2539ของศาลแขวงธนบุรี ขอให้ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราวเพื่อรอผลการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนอาญา จำเลยทั้งสองคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราวหากคดีอาญาดังกล่าวพิจารณาเสร็จแล้ว ให้โจทก์หรือจำเลยทั้งสองแถลงเพื่อหยิบยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปภายใน 15 วัน มิฉะนั้นจะไม่ยกคดีขึ้นพิจารณา

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2541 โจทก์ยื่นคำร้องว่า ศาลแขวงธนบุรีได้อ่านคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 20 มกราคม2541 แต่ทนายโจทก์ไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบ โจทก์เพิ่งทราบเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2541 จึงไม่สามารถแถลงเพื่อให้ศาลหยิบยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปได้ภายในกำหนด 15 วัน ขอให้ศาลชั้นต้นหยิบยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุสมควรยกคดีขึ้นพิจารณาหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ได้ลงลายมือชื่อทราบคำสั่งศาลที่ให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความชั่วคราวหากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1348/2534 ของศาลแขวงธนบุรี ศาลพิพากษาเสร็จแล้ว ให้โจทก์แถลงเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปภายใน15 วัน มิฉะนั้นศาลจะไม่ยกคดีขึ้นพิจารณาตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 9 มีนาคม 2536 โจทก์จึงทราบและมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลดังกล่าวได้ความว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาศาลฎีกาคดีดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2541 โดยโจทก์ได้ไปฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแขวงธนบุรี เอกสารหมาย ร.3 โจทก์กลับมิได้ดำเนินการแถลงต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งศาลแต่อย่างใด และเพิ่งมายื่นคำร้องต่อศาลให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2541 ซึ่งเป็นระยะเวลาเนิ่นนานหลังจากทราบคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วประมาณ6 เดือน แสดงว่าโจทก์ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจปฏิบัติตามคำสั่งศาลทั้งคำสั่งศาลดังกล่าวก็ชัดเจนและสามารถปฏิบัติได้โดยโจทก์ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีความรู้เชี่ยวชาญในกฎหมายแต่อย่างใด ข้ออ้างของโจทก์ว่าไม่เข้าใจความหมายของคำสั่งศาลจึงไม่อาจรับฟังได้ กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรยกคดีขึ้นพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่โจทก์ขอให้ศาลฎีกาสั่งคืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์ตามสมควรด้วยนั้น เป็นข้อที่โจทก์เพิ่งยกขึ้นมาในชั้นฎีกา มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
การสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความชั่วคราว เพื่อรอฟังผลคดีอื่น ถือว่าคดีนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณา (คำพิพากษาฎีกาที่ 421/2524) ถ้าในระหว่างนี้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างใด โจทก์เพิกเฉยย่อมถือว่า โจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ได้ แต่คดีนี้ศาลสั่งให้โจทก์หรือจำเลยแถลงถึงผลคดีอาญาเมื่อคดีอาญาพิจารณาเสร็จแล้ว ให้ศาลทราบภายใน 15 วัน เพื่อหยิบยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปมิฉะนั้นจะไม่ยกคดีขึ้นพิจารณา มิได้สั่งให้โจทก์เท่านั้นเป็นผู้แถลงจะถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องคงไม่ถนัดนัก จึงได้แต่บังคับตามคำสั่งในตอนท้ายที่ว่าจะไม่ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไปเท่านั้น คดีนี้ถ้าโจทก์นำไปฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ ย่อมเป็นฟ้องซ้อน ตามมาตรา 173 อย่างไรก็ตามโจทก์น่าจะขอถอนฟ้องคดีนี้ตามมาตรา 175 ได้ ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001041.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545