คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2545 ฉบับเต็ม

#42789
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2545 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นาย อนุญาตหรือแสงเดือน เหล็กไหล จำเลย ป.อ. มาตรา 91 ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นส่วนคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษคดีนี้ต่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานมีและพาอาวุธปืน ต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ทั้งสองคดีเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระและมีเจตนาในการกระทำผิดแยกต่างหาก โดยไม่มีความเกี่ยวพันกัน ผู้เสียหายและพยานหลักฐานเป็นคนละชุด ลักษณะคดีและความผิดคนละประเภทไม่อาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันหรือพิจารณาพิพากษารวมกันไปได้ จึงไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91(3) ศาลย่อมนับโทษต่อกันได้ ___________________________ คดีนี้สืบเนื่องมาจากเดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1485/2537 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายสมชายหรือแดง ประเสริฐ จำเลย โดยเรียกจำเลยในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 เรียกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1485/2537ว่า จำเลยที่ 2 แต่คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้โดยศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิตแล้วก็ไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ได้อีก จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพโดยจำนนต่อพยานหลักฐานจึงไม่ลดโทษให้ แต่ให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1372/2536 ของศาลชั้นต้นริบของกลาง คำขออื่นให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืน คดีถึงที่สุด จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า คดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1372/2536ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดต่อเนื่องกันมิได้ขาดตอน แม้โจทก์จะแยกฟ้อง ศาลก็สามารถพิจารณาพิพากษารวมกันไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 24, 25 และศาลสามารถลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91(3) ขอให้ศาลแก้ไขหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดทั้งสองสำนวนให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดออกโดยถูกต้องตามคำพิพากษาแล้ว ไม่มีเหตุที่จะแก้ไขให้ได้ ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่าจะนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1372/2536 ของศาลชั้นต้นได้หรือไม่เห็นว่า คดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นส่วนคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษคดีนี้ต่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ทั้งสองคดีเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระและมีเจตนาในการกระทำผิดแยกต่างหาก โดยไม่มีความเกี่ยวพันกัน ผู้เสียหายและพยานหลักฐานเป็นคนละชุด ลักษณะคดีและความผิดคนละประเภททั้งสองคดีไม่อาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันหรือพิจารณาพิพากษารวมกันไปได้กรณีดังกล่าวจึงไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)ดังนั้น ศาลย่อมนับโทษคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1372/2536 ของศาลชั้นต้นได้ ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วิรัช ลิ้มวิชัย-ทองหล่อ โฉมงาม-จิระวรรณ ศิริบุตร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
42789
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082056315"
    }
}
date
2545
deka_no
1244/2545
deka_running_no
1244
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อนุญาตหรือแสงเดือน เหล็กไหล"
    }
]
long_text
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1485/2537 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายสมชายหรือแดง ประเสริฐ จำเลย โดยเรียกจำเลยในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 เรียกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1485/2537ว่า จำเลยที่ 2 แต่คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้โดยศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิตแล้วก็ไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ได้อีก จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพโดยจำนนต่อพยานหลักฐานจึงไม่ลดโทษให้ แต่ให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1372/2536 ของศาลชั้นต้นริบของกลาง คำขออื่นให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืน คดีถึงที่สุด

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า คดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1372/2536ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดต่อเนื่องกันมิได้ขาดตอน แม้โจทก์จะแยกฟ้อง ศาลก็สามารถพิจารณาพิพากษารวมกันไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 24, 25 และศาลสามารถลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91(3) ขอให้ศาลแก้ไขหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดทั้งสองสำนวนให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดออกโดยถูกต้องตามคำพิพากษาแล้ว ไม่มีเหตุที่จะแก้ไขให้ได้ ยกคำร้อง

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่าจะนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1372/2536 ของศาลชั้นต้นได้หรือไม่เห็นว่า คดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นส่วนคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษคดีนี้ต่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ทั้งสองคดีเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระและมีเจตนาในการกระทำผิดแยกต่างหาก โดยไม่มีความเกี่ยวพันกัน ผู้เสียหายและพยานหลักฐานเป็นคนละชุด ลักษณะคดีและความผิดคนละประเภททั้งสองคดีไม่อาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันหรือพิจารณาพิพากษารวมกันไปได้กรณีดังกล่าวจึงไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)ดังนั้น ศาลย่อมนับโทษคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1372/2536 ของศาลชั้นต้นได้ ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001039.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545