คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2245/2544 ฉบับเต็ม

#43324
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2245/2544 นาย ตี๋ สมประสงค์ โจทก์ นางสาว บุญตรี สมประสงค์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 850 บันทึกข้อตกลงในช่องข้อตกลงของคู่กรณีระบุให้ ส. (บุตรโจทก์)ขนย้ายครอบครัวออกจากบ้านเช่าภายใน 60 วัน ส่วนจำเลยยินยอมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 เนื้อที่ 35 ตารางวา ให้แก่โจทก์ ดังนี้ จะเห็นว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวกำหนดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่ต่อกันและเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 45836 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 35 ตารางวา ที่แบ่งแยกแล้วให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปขอให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 45836 ซึ่งแบ่งแยกออกมาจากโฉนดเลขที่ 8021 จำเลยเคยประสงค์จะยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 บางส่วนให้แก่โจทก์โดยทำนิติกรรมและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ในที่สุดการให้ระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง นอกจากนี้การที่โจทก์ยังคงอยู่ในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 45836 เป็นการโต้แย้งสิทธิจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทต่อไป และให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยในอัตราเดือนละ 500บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะออกจากที่ดินพิพาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่โดยทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้ต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าจำเลยจะแบ่งที่ดินโอนให้แก่โจทก์และมีเจตนาทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในภายหลัง เมื่อเป็นดังนี้จำเลยจึงได้แบ่งแยกที่ดินออกมาเป็นที่ดินแปลงพิพาทตามโฉนดเลขที่ 45836ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 35ตารางวา ตามเจตนาที่ได้ตกลงกัน สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่เป็นโมฆะจำเลยมีหน้าที่ตามสัญญาจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยจึงฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 45836 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าโจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์ปลูกบ้าน 2 หลัง อยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นที่ดินที่บิดามารดายกให้จำเลย ต่อมาจำเลยจะขายที่ดินแต่โจทก์ไม่ยอมรื้อถอนบ้านออกไป โจทก์กับจำเลยเจรจากันที่ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาครและทำบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.2ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาให้หรือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ พิเคราะห์เอกสารหมาย จ.3 แล้ว แผ่นแรกระบุเรื่องว่า เป็นเรื่องไกล่เกลี่ยกรณีค่ารื้อถอนมีการบันทึกถ้อยคำของโจทก์และจำเลย แผ่นที่สามเป็นคำเปรียบเทียบของนายอำเภอระบุว่าให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายดำเนินการตามข้อตกลงในช่องข้อตกลงของคู่กรณีระบุให้นางสวง พันเปรม (บุตรโจทก์)ขนย้ายครอบครัวออกจากบ้านเช่าภายใน 60 วัน ส่วนจำเลยยินยอมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ .35 ตารางวา ให้แก่โจทก์ ดังนี้ จะเห็นว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวกำหนดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่ต่อกันและเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ หาใช่สัญญาให้ตามที่จำเลยฎีกาแต่ประการใดไม่ เมื่อโจทก์ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเป็นการตอบแทนโดยโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 45876 เนื้อที่ 35 ตารางวา ซึ่งจำเลยแบ่งแยกออกมาจากที่ดินตามโฉนดเลขที่ 8021 ให้แก่โจทก์ การที่จำเลยบิดพลิ้วไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องร้องบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้และจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายผิดสัญญาย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุมิตร สุภาดุลย์-สุทิน ปัทมราชวิเชียร-สมชัย เกษชุมพล) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
43324
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065708"
    }
}
date
2544
deka_no
2245/2544
deka_running_no
2245
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุมิตร สุภาดุลย์",
    "สุทิน ปัทมราชวิเชียร",
    "สมชัย เกษชุมพล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 850"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ตี๋ สมประสงค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว บุญตรี สมประสงค์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 45836 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 35 ตารางวา ที่แบ่งแยกแล้วให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปขอให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 45836 ซึ่งแบ่งแยกออกมาจากโฉนดเลขที่ 8021 จำเลยเคยประสงค์จะยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 บางส่วนให้แก่โจทก์โดยทำนิติกรรมและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ในที่สุดการให้ระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง นอกจากนี้การที่โจทก์ยังคงอยู่ในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 45836 เป็นการโต้แย้งสิทธิจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทต่อไป และให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยในอัตราเดือนละ 500บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะออกจากที่ดินพิพาท

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่โดยทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้ต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าจำเลยจะแบ่งที่ดินโอนให้แก่โจทก์และมีเจตนาทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในภายหลัง เมื่อเป็นดังนี้จำเลยจึงได้แบ่งแยกที่ดินออกมาเป็นที่ดินแปลงพิพาทตามโฉนดเลขที่ 45836ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 35ตารางวา ตามเจตนาที่ได้ตกลงกัน สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่เป็นโมฆะจำเลยมีหน้าที่ตามสัญญาจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยจึงฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 45836 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าโจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์ปลูกบ้าน 2 หลัง อยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นที่ดินที่บิดามารดายกให้จำเลย ต่อมาจำเลยจะขายที่ดินแต่โจทก์ไม่ยอมรื้อถอนบ้านออกไป โจทก์กับจำเลยเจรจากันที่ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาครและทำบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.2ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาให้หรือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ พิเคราะห์เอกสารหมาย จ.3 แล้ว แผ่นแรกระบุเรื่องว่า เป็นเรื่องไกล่เกลี่ยกรณีค่ารื้อถอนมีการบันทึกถ้อยคำของโจทก์และจำเลย แผ่นที่สามเป็นคำเปรียบเทียบของนายอำเภอระบุว่าให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายดำเนินการตามข้อตกลงในช่องข้อตกลงของคู่กรณีระบุให้นางสวง พันเปรม (บุตรโจทก์)ขนย้ายครอบครัวออกจากบ้านเช่าภายใน 60 วัน ส่วนจำเลยยินยอมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8021 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ .35 ตารางวา ให้แก่โจทก์ ดังนี้ จะเห็นว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวกำหนดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่ต่อกันและเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ หาใช่สัญญาให้ตามที่จำเลยฎีกาแต่ประการใดไม่ เมื่อโจทก์ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเป็นการตอบแทนโดยโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 45876 เนื้อที่ 35 ตารางวา ซึ่งจำเลยแบ่งแยกออกมาจากที่ดินตามโฉนดเลขที่ 8021 ให้แก่โจทก์ การที่จำเลยบิดพลิ้วไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องร้องบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้และจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายผิดสัญญาย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001124.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544