คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8754/2544 ฉบับเต็ม

#43416
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8754/2544 นาย สมศักดิ์ รัตนาถาวร โจทก์ ผู้ร้องสอด โจทก์ นาง เชื่อง ขยันดี โจทก์ นาย เพื่อน ขยันดี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 57 ตามคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมของผู้ร้องสอดไม่ปรากฏว่า ผู้ร้องสอดมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับหนี้เงินกู้และการจำนองที่ดินประกันหนี้เงินกู้ตามที่โจทก์ฟ้องบังคับ คงอ้างแต่เพียงว่า ผู้ร้องสอดเป็นภริยาจดทะเบียนสมรสกับจำเลยและอยู่ร่วมกับจำเลยเท่านั้น ผู้ร้องสอดจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี อีกทั้งจำเลยเองก็ขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดย่อมไม่มีสิทธิในการต่อสู้คดีเช่นเดียวกับจำเลยที่ขาดนัด การร้องสอดเข้ามาเพื่อเป็นจำเลยร่วมหรือแทนที่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) ย่อมหาประโยชน์มิได้ ที่ศาลล่างมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมนั้นชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน 700,000 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 400,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 27023 ตำบลไพศาล อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ทรัพย์จำนองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าเป็นภริยาจำเลยและอยู่ร่วมกับจำเลย เป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วม แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 400,000 บาท นับถัดจากวันที่ 27 เมษายน 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 27023 ตำบลไพศาล อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้น และอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วม แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมของผู้ร้องสอดไม่ปรากฏว่าผู้ร้องสอดมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับหนี้เงินกู้และการจำนองที่ดินประกันหนี้เงินกู้ตามที่โจทก์ฟ้องบังคับ คงอ้างแต่เพียงว่า ผู้ร้องสอดเป็นภริยาจดทะเบียนสมรสกับจำเลยและอยู่ร่วมกับจำเลยเท่านั้น ผู้ร้องสอดจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี นอกจากนี้จำเลยเองก็ขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดย่อมไม่มีสิทธิในการต่อสู้คดีเช่นเดียวกับจำเลยซึ่งขาดนัด การร้องสอดเข้ามาเพื่อเป็นจำเลยร่วมหรือแทนที่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) ย่อมหาประโยชน์ไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมแล้วพิพากษาคดีโดยศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องสอดฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-อภิชาต สุขัคคานนท์-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
43416
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059519"
    }
}
date
2544
deka_no
8754/2544
deka_running_no
8754
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 57"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย สมศักดิ์ รัตนาถาวร"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้ร้องสอด"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง เชื่อง ขยันดี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย เพื่อน ขยันดี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน 700,000 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 400,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 27023 ตำบลไพศาล อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ทรัพย์จำนองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าเป็นภริยาจำเลยและอยู่ร่วมกับจำเลย เป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี

ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วม แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 400,000 บาท นับถัดจากวันที่ 27 เมษายน 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 27023 ตำบลไพศาล อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์

ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้น และอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วม แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ผู้ร้องสอดฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมของผู้ร้องสอดไม่ปรากฏว่าผู้ร้องสอดมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับหนี้เงินกู้และการจำนองที่ดินประกันหนี้เงินกู้ตามที่โจทก์ฟ้องบังคับ คงอ้างแต่เพียงว่า ผู้ร้องสอดเป็นภริยาจดทะเบียนสมรสกับจำเลยและอยู่ร่วมกับจำเลยเท่านั้น ผู้ร้องสอดจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี นอกจากนี้จำเลยเองก็ขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดย่อมไม่มีสิทธิในการต่อสู้คดีเช่นเดียวกับจำเลยซึ่งขาดนัด การร้องสอดเข้ามาเพื่อเป็นจำเลยร่วมหรือแทนที่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) ย่อมหาประโยชน์ไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมแล้วพิพากษาคดีโดยศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องสอดฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001068.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544