คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9836/2544 ฉบับเต็ม

#43439
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9836/2544 นาย สมเกียรติ พัฒนประดิษฐ์ โจทก์ นาง สมปอง ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 624 จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันประกอบกิจการขนส่งรับส่งสินค้าเม็ดกาแฟดิบของโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 5 ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 เป็นผู้ควบคุมรถบรรทุกที่ใช้ในการขนส่ง เมื่อจำเลยที่ 5 ได้ร่วมกับพวกลักเอาเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์ไปในระหว่างการขนส่ง ถือได้ว่าการขนส่งดังกล่าวมีการทุจริตของผู้ขนส่ง จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ร่วมขนส่งจึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินค้าที่สูญหายแก่โจทก์ด้วย ดังนั้นแม้โจทก์จะฟ้องคดีเกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2537 ซึ่งเป็นวันที่ควรจะส่งมอบก็ไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด ประกอบกิจการรับขนส่งสินค้าโดยรถยนต์บรรทุกระหว่างปี 2537 จำเลยที่ 2มอบหมายให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนหรือยอมให้จำเลยที่ 1 เชิดตัวเองออกเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดประกอบกิจการรับส่งสินค้าโดยรถยนต์บรรทุก มีจำเลยที่ 4 เป็นกรรมการและจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 70-4497กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2537 โจทก์ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ขนส่งสินค้าเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์จำนวน105 กระสอบ น้ำหนัก 12,932 กิโลกรัม ราคา 672,500 บาท จากอำเภอสวีจังหวัดชุมพร ไปส่งให้แก่บริษัทนวกิจพืชไร่ จำกัด กรุงเทพมหานคร ในราคาค่าระวาง 4,725 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 มอบหมายให้จำเลยที่ 3 และที่ 4นำรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 70-4497 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจำเลยที่ 5 และที่ 6 ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้ควบคุมรถมาขนส่งบรรทุกเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์ จำเลยที่ 5 และที่ 6 ร่วมกับจำเลยที่ 7 ลักเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์ทั้งหมดไปขายให้แก่ผู้อื่น ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงินจำนวน 728,581 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 677,225 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเนื่องจากสินค้าโจทก์ตามกำหนดจะต้องไปถึงโกดังวันที่ 30 ธันวาคม 2537 ซึ่งในวันดังกล่าวโจทก์ทราบแล้วว่าสินค้าสูญหายแต่โจทก์ฟ้องคดีนี้ วันที่ 3 มกราคม 2539ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เนื่องจากโจทก์ได้รับค่าเมล็ดกาแฟดิบของกลางคืนในคดีอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่ 7 ในข้อหาลักทรัพย์จำนวน 50,000 บาท แล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยว่าจ้างหรือจัดให้จำเลยที่ 3และที่ 4 นำรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 70-4497 กรุงเทพมหานครมาขนเมล็ดกาแฟดิบให้โจทก์ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 7 ขาดนัดยื่นคำให้การ ระหว่างพิจารณา ก่อนสืบพยาน โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 6 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 6 ออกเสียจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันชำระเงิน627,189 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30ธันวาคม 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 7 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 นั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า "ในข้อความรับผิดของผู้ขนส่งในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่ส่งมอบ หรือปีหนึ่งนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบเว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3ร่วมกันประกอบกิจการขนส่งรับส่งสินค้าเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 5 ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 เป็นผู้ควบคุมรถบรรทุกที่ใช้ในการขนส่งเมื่อจำเลยที่ 5 ได้ร่วมกับพวกลักเอาเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์ไปในระหว่างการขนส่ง ถือได้ว่าการขนส่งดังกล่าวมีการทุจริตของผู้ขนส่ง จำเลยที่ 1ในฐานะผู้ร่วมขนส่งจึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินค้าที่สูญหายแก่โจทก์ด้วยดังนั้นโจทก์แม้จะฟ้องคดีเกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2537 ซึ่งเป็นวันที่ควรจะส่งมอบ คดีของโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 ดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วิศณุ เลื่อมสำราญ-ไพศาล เจริญวุฒิ-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
43439
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058431"
    }
}
date
2544
deka_no
9836/2544
deka_running_no
9836
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิศณุ เลื่อมสำราญ",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 624"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย สมเกียรติ พัฒนประดิษฐ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง สมปอง ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด ประกอบกิจการรับขนส่งสินค้าโดยรถยนต์บรรทุกระหว่างปี 2537 จำเลยที่ 2มอบหมายให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนหรือยอมให้จำเลยที่ 1 เชิดตัวเองออกเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดประกอบกิจการรับส่งสินค้าโดยรถยนต์บรรทุก มีจำเลยที่ 4 เป็นกรรมการและจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 70-4497กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2537 โจทก์ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ขนส่งสินค้าเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์จำนวน105 กระสอบ น้ำหนัก 12,932 กิโลกรัม ราคา 672,500 บาท จากอำเภอสวีจังหวัดชุมพร ไปส่งให้แก่บริษัทนวกิจพืชไร่ จำกัด กรุงเทพมหานคร ในราคาค่าระวาง 4,725 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 มอบหมายให้จำเลยที่ 3 และที่ 4นำรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 70-4497 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจำเลยที่ 5 และที่ 6 ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้ควบคุมรถมาขนส่งบรรทุกเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์ จำเลยที่ 5 และที่ 6 ร่วมกับจำเลยที่ 7 ลักเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์ทั้งหมดไปขายให้แก่ผู้อื่น ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงินจำนวน 728,581 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 677,225 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเนื่องจากสินค้าโจทก์ตามกำหนดจะต้องไปถึงโกดังวันที่ 30 ธันวาคม 2537 ซึ่งในวันดังกล่าวโจทก์ทราบแล้วว่าสินค้าสูญหายแต่โจทก์ฟ้องคดีนี้ วันที่ 3 มกราคม 2539ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เนื่องจากโจทก์ได้รับค่าเมล็ดกาแฟดิบของกลางคืนในคดีอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่ 7 ในข้อหาลักทรัพย์จำนวน 50,000 บาท แล้ว ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยว่าจ้างหรือจัดให้จำเลยที่ 3และที่ 4 นำรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 70-4497 กรุงเทพมหานครมาขนเมล็ดกาแฟดิบให้โจทก์ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 7 ขาดนัดยื่นคำให้การ

ระหว่างพิจารณา ก่อนสืบพยาน โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 6 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 6 ออกเสียจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันชำระเงิน627,189 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30ธันวาคม 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 7

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 นั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า "ในข้อความรับผิดของผู้ขนส่งในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่ส่งมอบ หรือปีหนึ่งนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบเว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3ร่วมกันประกอบกิจการขนส่งรับส่งสินค้าเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 5 ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 เป็นผู้ควบคุมรถบรรทุกที่ใช้ในการขนส่งเมื่อจำเลยที่ 5 ได้ร่วมกับพวกลักเอาเมล็ดกาแฟดิบของโจทก์ไปในระหว่างการขนส่ง ถือได้ว่าการขนส่งดังกล่าวมีการทุจริตของผู้ขนส่ง จำเลยที่ 1ในฐานะผู้ร่วมขนส่งจึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินค้าที่สูญหายแก่โจทก์ด้วยดังนั้นโจทก์แม้จะฟ้องคดีเกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2537 ซึ่งเป็นวันที่ควรจะส่งมอบ คดีของโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 ดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001058.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544