คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2544 ฉบับเต็ม

#43990
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2544 นาย สุริยา พงษ์สุริยา โจทก์ นาง หรรษา แตงแดง จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 234 จำเลยจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นภายในวันที่ 21 มีนาคม 2544แต่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในวันที่ 11 เมษายน 2544 โดยจำเลยแสดงไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยแต่อย่างใด โดยเฉพาะใบสำคัญความเห็นแพทย์ท้ายคำร้องก็ระบุว่าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึงวันที่ 18 มีนาคม 2544 เท่านั้นดังนั้น กรณีจึงไม่มีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ___________________________ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 70,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาเพราะเหตุทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 จึงให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำร้องฉบับนี้ จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 11 เมษายน 2544 ขอขยายระยะเวลาวางเงินหรือหลักประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะขยายระยะเวลาการวางเงินหรือหลักประกัน ไม่อนุญาต ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องความว่า จำเลยไม่สามารถทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยวางเงินหรือหาหลักประกันมาวางต่อศาลได้ เนื่องจากทนายจำเลยป่วยด้วยภาวะหัวใจวาย ความดันโลหิตสูง ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 12มีนาคม 2544 ถึงวันที่ 19 มีนาคม 2544 เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วยังต้องหยุดพักรักษาตัวต่อจนถึงวันที่ 24 มีนาคม 2544 เมื่อจำเลยทราบคำสั่งศาลก็เป็นระยะเวลาที่พ้นกำหนดที่จำเลยจะต้องวางเงินหรือหลักประกันแล้ว กรณีจึงถือได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษและเป็นเหตุสุดวิสัย สมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินหรือหลักประกันออกไปจนถึงวันที่ 26 เมษายน 2544 ตามคำร้องของจำเลยโปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาวางเงินหรือหลักประกันตามคำร้องฉบับลงวันที่ 11 เมษายน 2544 ด้วย ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "คดีนี้ จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ยอมรับฎีกาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2544 และผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยลงชื่อท้ายคำร้องว่าข้าพเจ้าจะมาฟังคำสั่งภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ หากไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้วและศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำร้องฉบับนี้ ดังนั้น จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นภายในวันที่ 21 มีนาคม2544 แต่จำเลยหาปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่ กลับมายื่นคำร้องลงวันที่ 11เมษายน 2544 ขอขยายระยะเวลาการวางเงินหรือหลักประกันไปภายในวันที่ 26เมษายน 2544 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะขยายระยะเวลาการวางเงินหรือหลักประกัน ไม่อนุญาต ดังนี้ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 จำเลยจะต้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินภายในวันที่ 21 มีนาคม 2544 แต่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในวันที่ 11 เมษายน 2544 โดยจำเลยแสดงไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยแต่อย่างใด โดยเฉพาะใบสำคัญความเห็นแพทย์ท้ายคำร้องก็ระบุว่าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึงวันที่ 18 มีนาคม2544 เท่านั้น ดังนั้น กรณีจึงไม่มีเหตุสุดวิสัย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะขยายระยะเวลาการวางเงินหรือหลักประกัน ไม่อนุญาต จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเรื่องการขอขยายระยะเวลา และให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยด้วย" (วิชัย วิสิทธวงศ์-ไพศาล เจริญวุฒิ-จรูญวิทย์ ทองสอน) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
43990
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082066147"
    }
}
date
2544
deka_no
1845/2544
deka_running_no
1845
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิสิทธวงศ์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "จรูญวิทย์ ทองสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 234"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย สุริยา พงษ์สุริยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง หรรษา แตงแดง"
    }
]
long_text
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 70,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาเพราะเหตุทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 จึงให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำร้องฉบับนี้

จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 11 เมษายน 2544 ขอขยายระยะเวลาวางเงินหรือหลักประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะขยายระยะเวลาการวางเงินหรือหลักประกัน ไม่อนุญาต ยกคำร้อง

จำเลยจึงยื่นคำร้องความว่า จำเลยไม่สามารถทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยวางเงินหรือหาหลักประกันมาวางต่อศาลได้ เนื่องจากทนายจำเลยป่วยด้วยภาวะหัวใจวาย ความดันโลหิตสูง ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 12มีนาคม 2544 ถึงวันที่ 19 มีนาคม 2544 เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วยังต้องหยุดพักรักษาตัวต่อจนถึงวันที่ 24 มีนาคม 2544 เมื่อจำเลยทราบคำสั่งศาลก็เป็นระยะเวลาที่พ้นกำหนดที่จำเลยจะต้องวางเงินหรือหลักประกันแล้ว กรณีจึงถือได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษและเป็นเหตุสุดวิสัย สมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินหรือหลักประกันออกไปจนถึงวันที่ 26 เมษายน 2544 ตามคำร้องของจำเลยโปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาวางเงินหรือหลักประกันตามคำร้องฉบับลงวันที่ 11 เมษายน 2544 ด้วย

ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "คดีนี้ จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ยอมรับฎีกาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2544 และผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยลงชื่อท้ายคำร้องว่าข้าพเจ้าจะมาฟังคำสั่งภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ หากไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้วและศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำร้องฉบับนี้ ดังนั้น จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นภายในวันที่ 21 มีนาคม2544 แต่จำเลยหาปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่ กลับมายื่นคำร้องลงวันที่ 11เมษายน 2544 ขอขยายระยะเวลาการวางเงินหรือหลักประกันไปภายในวันที่ 26เมษายน 2544 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะขยายระยะเวลาการวางเงินหรือหลักประกัน ไม่อนุญาต ดังนี้ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 จำเลยจะต้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินภายในวันที่ 21 มีนาคม 2544 แต่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในวันที่ 11 เมษายน 2544 โดยจำเลยแสดงไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยแต่อย่างใด โดยเฉพาะใบสำคัญความเห็นแพทย์ท้ายคำร้องก็ระบุว่าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึงวันที่ 18 มีนาคม2544 เท่านั้น ดังนั้น กรณีจึงไม่มีเหตุสุดวิสัย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะขยายระยะเวลาการวางเงินหรือหลักประกัน ไม่อนุญาต จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเรื่องการขอขยายระยะเวลา และให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยด้วย"
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001128.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544