คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8379/2544 ฉบับเต็ม

#44022
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8379/2544 นาย วิเชิด ผาสุข โจทก์ นาย เอนก อินทรมณี ผู้ร้อง นาย เอนก อินทรมณี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23 วันที่ 8 มีนาคมเป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน โดยมีหมายเหตุท้ายคำร้องว่า "ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว" พร้อมทั้งลงลายมือชื่อทนายจำเลยผู้ร้องไว้ และยังมีข้อความอีกว่า "ข้าพเจ้าจะมาฟังคำสั่งภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ หากไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว"พร้อมทั้งลงลายมือชื่อทนายจำเลยผู้ร้องไว้เช่นกัน ดังนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้น หากแต่ได้มีคำสั่งในวันที่ 13 มีนาคมก็ย่อมถือได้ว่าผู้ร้องทราบคำสั่งศาลแล้ว ข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่าผู้ร้องไม่อาจทราบได้ว่าศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ว่าอย่างไร เพราะสำนวนความเสนอศาลอยู่และยังคัดถ่ายสำเนาคำสั่งศาลไม่ได้ก็มิใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัย เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ถึงวันที่ 22 มีนาคม การที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องในวันที่ 23 มีนาคม จึงเกินกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายไว้ โดยไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยอย่างหนึ่งอย่างใด ฉะนั้นคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการอุทธรณ์และไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องจึงชอบด้วยกฎหมาย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน121,053.39 บาท โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 98158พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง เลขที่ 76/31 เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้อง (จำเลย) ยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สินดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2543ว่า โจทก์นำยึดที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวซึ่งมีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับบุคคลอื่น เมื่อไม่ปรากฏว่ามีทรัพย์สินอื่นที่เป็นของจำเลยอย่างแน่ชัด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการยึดทรัพย์เกินกว่าพอที่จะชำระหนี้การยึดทรัพย์ดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ยกคำร้องวันที่ 8 มีนาคม 2543ซึ่งเป็นวันครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลอนุญาตให้ขยายถึงวันที่ 22 มีนาคม 2543 ต่อมาวันที่ 23 มีนาคม 2543 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีก ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยไม่ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายในกำหนดจึงยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีกในวันที่ 5 และ 24 เมษายน 2543ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องผู้ร้อง (จำเลย) อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2543 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้อง(จำเลย) ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาที่ขอขยายไว้จึงไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า วันที่ 8 มีนาคม 2543 เป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน โดยมีหมายเหตุท้ายคำร้องว่า "ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว" พร้อมทั้งลงลายมือชื่อทนายจำเลยผู้ร้องไว้ และยังมีข้อความอีกว่า "ข้าพเจ้าจะมาฟังคำสั่งภายใน 7 วันนับแต่วันนี้หากไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว" พร้อมทั้งลงลายมือชื่อทนายจำเลยผู้ร้องไว้เช่นกัน ดังนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้น หากแต่ได้มีคำสั่งในวันที่ 13 มีนาคม 2543 ก็ย่อมถือได้ว่าผู้ร้องทราบคำสั่งศาลแล้ว ข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่าผู้ร้องไม่อาจทราบได้ว่าศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ว่าอย่างไรเพราะสำนวนความเสนอศาลอยู่และยังคัดถ่ายสำเนาคำสั่งศาลไม่ได้ ก็มิใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัยเมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ถึงวันที่ 22 มีนาคม 2543 การที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องในวันที่ 23 มีนาคม2543 จึงเกินกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายไว้โดยไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยอย่างหนึ่งอย่างใด ฉะนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการอุทธรณ์และไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องจึงชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ไพศาล เจริญวุฒิ-วิชัย วิสิทธวงศ์-จรูญวิทย์ ทองสอน) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44022
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082060059"
    }
}
date
2544
deka_no
8379/2544
deka_running_no
8379
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "วิชัย วิสิทธวงศ์",
    "จรูญวิทย์ ทองสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย วิเชิด ผาสุข"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาย เอนก อินทรมณี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย เอนก อินทรมณี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน121,053.39 บาท โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 98158พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง เลขที่ 76/31 เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้อง (จำเลย) ยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สินดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2543ว่า โจทก์นำยึดที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวซึ่งมีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับบุคคลอื่น เมื่อไม่ปรากฏว่ามีทรัพย์สินอื่นที่เป็นของจำเลยอย่างแน่ชัด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการยึดทรัพย์เกินกว่าพอที่จะชำระหนี้การยึดทรัพย์ดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ยกคำร้องวันที่ 8 มีนาคม 2543ซึ่งเป็นวันครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลอนุญาตให้ขยายถึงวันที่ 22 มีนาคม 2543 ต่อมาวันที่ 23 มีนาคม 2543 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีก ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยไม่ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายในกำหนดจึงยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีกในวันที่ 5 และ 24 เมษายน 2543ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องผู้ร้อง (จำเลย) อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2543 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้อง(จำเลย) ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาที่ขอขยายไว้จึงไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า วันที่ 8 มีนาคม 2543 เป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน โดยมีหมายเหตุท้ายคำร้องว่า "ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว" พร้อมทั้งลงลายมือชื่อทนายจำเลยผู้ร้องไว้ และยังมีข้อความอีกว่า "ข้าพเจ้าจะมาฟังคำสั่งภายใน 7 วันนับแต่วันนี้หากไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว" พร้อมทั้งลงลายมือชื่อทนายจำเลยผู้ร้องไว้เช่นกัน ดังนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้น หากแต่ได้มีคำสั่งในวันที่ 13 มีนาคม 2543 ก็ย่อมถือได้ว่าผู้ร้องทราบคำสั่งศาลแล้ว ข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่าผู้ร้องไม่อาจทราบได้ว่าศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ว่าอย่างไรเพราะสำนวนความเสนอศาลอยู่และยังคัดถ่ายสำเนาคำสั่งศาลไม่ได้ ก็มิใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัยเมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ถึงวันที่ 22 มีนาคม 2543 การที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องในวันที่ 23 มีนาคม2543 จึงเกินกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายไว้โดยไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยอย่างหนึ่งอย่างใด ฉะนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการอุทธรณ์และไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องจึงชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001073.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544