ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8428/2544
บริษัท ไทยซีตเตอร์เปเปอร์ จำกัด กับพวก
ผู้คัดค้าน
พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/1, มาตรา 90/9
พระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/9 วรรคสาม บัญญัติว่า"ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้อาจยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีที่เป็นการคัดค้านผู้ทำแผน ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้จะเสนอชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ทำแผนด้วยหรือไม่ก็ได้..." และในบทนิยามมาตรา 90/1"เจ้าหนี้" หมายความว่า เจ้าหนี้มีประกันหรือเจ้าหนี้ไม่มีประกัน" เมื่อพิจารณาบทบัญญัติสองมาตรานี้ประกอบกันแล้ว จึงเห็นได้ว่ากฎหมายล้มละลายส่วนการฟื้นฟูกิจการให้สิทธิเจ้าหนี้ทุกประเภทยื่นคำคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเพื่อปกป้องสิทธิของตน ส่วนคำว่า"เจ้าหนี้" นั้น คือ ผู้มีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ เช่นนี้ เมื่อผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเพื่อนำโรงงานในขณะที่ตกอยู่ในภาระการเช่าแก่ผู้คัดค้านที่ 2 มาดำเนินกิจการตามสัญญาเช่าโรงงานดังกล่าว ผู้คัดค้านที่ 2 ในฐานะผู้เช่าชอบที่จะได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในโรงงานอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาการเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 537 และมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะผู้ให้เช่า จึงมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ ย่อมมีสิทธิยื่นคำคัดค้านการขอฟื้นฟูกิจการของผู้ร้องขอดังกล่าวตามมาตรา 90/9 วรรคสาม
___________________________
ผู้ร้องขอซึ่งเป็นลูกหนี้ยื่นคำร้องขอ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งให้นายอำนาจ อักษรวนิช เป็นผู้ทำแผน หากศาลยังไม่มีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนก็ให้ตั้งนายอำนาจ อักษรวนิชเป็นผู้บริหารชั่วคราว
ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง
ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่า ปัจจุบันลูกหนี้ไม่ได้ดำเนินกิจการโรงงานดังกล่าวแต่อย่างใด ความจริงแล้วผู้คัดค้านที่ 2 ได้เช่าโรงงานพร้อมเครื่องจักรจากลูกหนี้ กิจการของลูกหนี้ประสบปัญหาขาดทุนยังไม่มีช่องทางที่จะขยายกิจการเนื่องจากเป็นการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงเท่านั้น จึงไม่มีประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการเพราะไม่สามารถชำระหนี้ดังที่ลูกหนี้อ้างได้ นายอำนาจอักษรวนิช ผู้บริหารของลูกหนี้ไม่เหมาะสมจะเป็นผู้ทำแผน หากศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 ขอเสนอนายชัยยง พึ่งรัศมี เป็นผู้ทำแผนและผู้บริหารแผน ขอให้ยกคำร้องขอ
ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง
ระหว่างนัดฟังคำสั่ง ผู้คัดค้านที่ 3 ขอถอนคำคัดค้าน ศาลอนุญาต ผู้คัดค้านที่ 1 ขอถอนคำคัดค้านเฉพาะส่วนการขอฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนคำคัดค้านเฉพาะส่วนได้ ส่วนคำคัดค้านในส่วนอื่นจะรวมไปสั่งเมื่อมีคำพิพากษา
ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอ
ผู้ร้องขออุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องขอว่า กรณีมีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หรือไม่ เห็นว่า ในการฟื้นฟูกิจการนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กิจการของลูกหนี้ซึ่งประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราวได้มีโอกาสฟื้นฟูกิจการหรือปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้เพื่อให้กิจการของลูกหนี้กลับคืนสู่สภาพที่สามารถดำเนินกิจการตามปกติต่อไปได้ คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้ว่า ลูกหนี้เป็นเจ้าของกิจการและโรงงานผลิตกระดาษและกล่องกระดาษ ลูกหนี้ให้ผู้คัดค้านที่ 2 เช่าโรงงานดังกล่าวมีกำหนด 3 ปี ขณะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ สัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนดผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่า เช่นนี้เมื่อลูกหนี้มีกิจการเฉพาะโรงงานผลิตกระดาษและผลิตกล่องกระดาษดังกล่าว แต่โรงงานดังกล่าวอยู่ระหว่างสัญญาเช่ากับผู้คัดค้านที่ 2 ผู้คัดค้านที่ 2 จึงเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในโรงงานดังกล่าวในขณะที่ยื่นคำร้องขอ ลูกหนี้ยังไม่อาจปรับปรุงฟื้นฟูกิจการในการประกอบกิจการโรงงานดังกล่าวได้ ทั้งการให้เช่าโรงงานของลูกหนี้ก็ปรากฏว่ามีสัญญาเช่าเพียงรายเดียวคือสัญญาเช่าระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ 2 เท่านั้น ซึ่งมีกำหนดค่าเช่าแน่นอน หาใช่กรณีลูกหนี้ประกอบกิจการทำเป็นธุรกิจในการให้เช่าทรัพย์สินอันจะต้องมีการจัดการบริหารดำเนินงานในทางธุรกิจการค้าแต่อย่างใด กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 90/10 สำหรับที่ผู้ร้องขออุทธรณ์ว่าผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ได้เป็นเจ้าหนี้ของลูกหนี้จึงไม่มีสิทธิยื่นคำคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของกิจการของผู้ร้องขอได้ และผู้ร้องขอไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้านที่ 2 นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 90/9 วรรคสาม บัญญัติว่า "ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้อาจยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีที่เป็นการคัดค้านผู้ทำแผน ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้จะเสนอชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ทำแผนด้วยหรือไม่ก็ได้..." และในบทนิยามมาตรา 90/1 "เจ้าหนี้" หมายความว่า เจ้าหนี้มีประกันหรือเจ้าหนี้ไม่มีประกัน" เมื่อพิจารณาบทบัญญัติสองมาตรานี้ประกอบกันแล้ว จึงเห็นได้ว่ากฎหมายล้มละลายส่วนการฟื้นฟูกิจการให้สิทธิเจ้าหนี้ทุกประเภทยื่นคำคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเพื่อปกป้องสิทธิของตน ส่วนคำว่า "เจ้าหนี้" นั้น คือผู้มีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้เช่นนี้เมื่อผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเพื่อนำโรงงานในขณะที่ตกอยู่ในภาระการเช่าแก่ผู้คัดค้านที่ 2 มาดำเนินกิจการตามสัญญาเช่าโรงงานดังกล่าวผู้คัดค้านที่ 2 ในฐานะผู้เช่าชอบที่จะได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในโรงงานอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาการเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 และมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะผู้ให้เช่า จึงมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิยื่นคำคัดค้านการขอฟื้นฟูกิจการของผู้ร้องขอดังกล่าวตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 90/9 วรรคสาม เมื่อผู้คัดค้านที่ 2 มีฐานะเป็นคู่ความในคดีและศาลล้มละลายกลางได้ไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องขอศาลล้มละลายกลางจึงชอบที่จะมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้านที่ 2 ได้ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องขอฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
(สมชาย พงษธา-พิชัย เตโชพิทยากูล-ชวลิต ยอดเณร)
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
แม้คำว่า "เจ้าหนี้" ตามความหมายทั่ว ๆ ไป ในเรื่องหนี้จะหมายถึงผู้มีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ และผู้เช่าทรัพย์นับว่าเป็นเจ้าหนี้ของผู้ให้เช่าตามความหมายดังกล่าว แต่คำว่า "เจ้าหนี้"ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ในส่วนที่เป็นคดีล้มละลายหรือส่วนที่เป็นคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ก็หาได้มีความหมายเหมือนเจ้าหนี้ทั่ว ๆ ไปไม่ เจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯน่าจะหมายความถึงเฉพาะเจ้าหนี้เงินเท่านั้น ทั้งนี้ด้วยเหตุดังต่อไปนี้ 1. แม้บทนิยามในพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 6 จะไม่มีความหมายของคำว่า "เจ้าหนี้" แต่ก็มีความหมายของคำว่า "เจ้าหนี้มีประกัน"ว่าหมายถึง เจ้าหนี้ผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในทางจำนอง จำนำหรือสิทธิยึดหน่วง หรือเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิที่จะบังคับได้ในทางทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ ซึ่งหมายถึงเจ้าหนี้เงินเท่านั้น เพราะเจ้าหนี้อื่น ๆไม่อาจมีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในทางจำนอง จำนำ สิทธิยึดหน่วงหรือมีบุริมสิทธิที่จะบังคับได้ทำนองเดียวกับผู้จำนำ ฉะนั้น คำว่า "เจ้าหนี้"จึงหมายความถึงเจ้าหนี้เงินที่ไม่มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในทางจำนอง จำนำ หรือสิทธิยึดหน่วง หรือไม่มีบุริมสิทธิที่จะบังคับได้ทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ คือ เจ้าหนี้เงินที่ไม่มีประกันนั้นเอง และที่บทนิยามในมาตรา 90/1เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ให้ความหมายของคำว่า "เจ้าหนี้"ไว้ต่างหากว่าหมายถึงเจ้าหนี้มีประกันหรือเจ้าหนี้ไม่มีประกัน คำว่า "เจ้าหนี้"ในคดีฟื้นฟูกิจการก็น่าจะหมายถึงเจ้าหนี้เงินที่มีประกันหรือเจ้าหนี้เงินที่ไม่มีประกันเท่านั้น 2. คำว่า "เจ้าหนี้" ในมาตราต่าง ๆ ของกระบวนพิจารณาคดีฟื้นฟูกิจการล้วนแต่หมายถึงเจ้าหนี้เงินทั้งสิ้น ดังจะเห็นได้จากมาตรา 90/4ที่กำหนดให้เจ้าหนี้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้จะต้องมีจำนวนหนี้แน่นอนคนเดียวหรือหลายคนรวมกันไม่น้อยกว่าสิบล้านบาทและในมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการลงมติของเจ้าหนี้ไม่ว่าจะเป็นมติธรรมดาหรือมติพิเศษกฎหมายให้ถือเอาจำนวนหนี้เงินของเจ้าหนี้เป็นสำคัญ 3. ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในคดีล้มละลายว่าเจ้าหนี้ที่มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายจะต้องเป็นเจ้าหนี้เงินเท่านั้น (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 990/2509,1517/2525) เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการก็จะต้องเป็นเจ้าหนี้เงินตามแนวบรรทัดฐานเดียวกับคดีล้มละลายเช่นกัน เมื่อคำว่า "เจ้าหนี้" ในพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ล้วนแต่หมายถึงเจ้าหนี้เงินทั้งสิ้นแต่ศาลฎีกาในคำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้กลับวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ในฐานะผู้เช่าโรงงานของลูกหนี้มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิยื่นคำคัดค้านการขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/9 วรรคสาม เท่ากับศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า "เจ้าหนี้" ตามมาตรา 90/9 วรรคสาม มิได้มีความหมายเฉพาะเจ้าหนี้เงินเท่านั้น แต่หมายความถึงเจ้าหนี้โดยทั่ว ๆ ไปด้วย ซึ่งเป็นการตีความคำว่า "เจ้าหนี้" ตามมาตรา 90/9 วรรคสาม ให้แตกต่างจากคำว่า "เจ้าหนี้" ในมาตราอื่น ๆ และแตกต่างจากคำว่า "เจ้าหนี้"ในมาตรา 90/9 วรรคหนึ่งและวรรคสองเอง ผู้เขียนเห็นด้วยความเคารพต่อศาลฎีกาว่า ตามหลักของการตีความคำในกฎหมายใดก็ตามที่ไม่มีบทนิยามไว้โดยเฉพาะ น่าจะต้องตีความหมายเหมือน ๆ กันในทุกมาตราของกฎหมายเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อมิให้เกิดความยุ่งยากสับสนแก่ผู้ปฏิบัติและเพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ มีความแน่นอนในการบังคับใช้อย่างใดอย่างหนึ่งในทางเดียวกัน แม้ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกานี้จะเหลือผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เช่าโรงงานของลูกหนี้อยู่เพียงผู้เดียว เพราะผู้คัดค้านรายอื่นถอนคำคัดค้านเสียทั้งหมดก็มิได้หมายความว่าศาลจะยกเอาข้อเท็จจริงตามคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ขึ้นมาเป็นเหตุผลสนับสนุนคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ไม่ได้เพราะในการไต่สวนคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการมาตรา 90/10 บัญญัติว่า ให้ศาลต้องไต่สวนเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 90/3 ถ้าได้ความจริงและมีเหตุที่จะฟื้นฟูกิจการทั้งผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอโดยสุจริต ให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ มิฉะนั้นให้มีคำสั่งยกคำร้องขอ แสดงว่าศาลมีอำนาจที่จะหยิบยกข้อเท็จจริงที่ศาลเห็นว่าลูกหนี้ไม่มีเหตุที่จะฟื้นฟูกิจการได้ขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้านไว้ก็ตาม และที่มาตรา 90/10 วรรคสอง บัญญัติว่าในกรณีที่ไม่มีผู้คัดค้านคำร้องขอ ถ้าศาลเห็นสมควรจะงดการไต่สวนและมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการก็ได้ ก็มิได้หมายความว่า ถ้าไม่มีการคัดค้านคำร้องขอแล้วศาลจะต้องมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการทุกเรื่องไป ถ้าหากมาตรา 90/9 วรรคสาม มีเจตนารมณ์ที่จะให้เจ้าหนี้ตามความหมายทั่ว ๆ ไปในเรื่องหนี้ยื่นคำคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้ด้วยตามที่ศาลฎีกาวินิจฉัยผู้ร่างกฎหมายก็น่าจะบัญญัติเพิ่มผู้มีสิทธิยื่นคำคัดค้านไว้ต่างหากจากคำว่าเจ้าหนี้ เช่น คำว่า บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ทำนองเดียวกับบทบัญญัติมาตรา 90/41ทวิ วรรคสอง ที่บัญญัติว่า "เจ้าหนี้หรือบุคคลใดได้รับความเสียหายโดยการกระทำของผู้บริหารแผน..." การที่มาตรา 90/9 วรรคสาม ให้สิทธิผู้คัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้เฉพาะลูกหนี้และเจ้าหนี้เท่านั้นน่าจะชี้ให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้โดยชัดแจ้งว่า กฎหมายไม่ประสงค์จะให้บุคคลอื่นนอกจากลูกหนี้และเจ้าหนี้ในมูลหนี้เงินเท่านั้นเป็นผู้มีสิทธิคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้ ประดิษฐ์ เอกมณี