คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9504/2544 ฉบับเต็ม

#44070
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9504/2544 นาง เหลี่ยม ยอดสุวรรณ์ ผู้ร้อง นาย น้อย บุญพิมพ์ ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1612, มาตรา 1750 บันทึกข้อตกลงตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านและ ว. ทำกันหน้าเจ้าพนักงานตำรวจมีข้อความชัดแจ้งว่า ผู้ร้องและ ว. ขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกให้แก่ผู้คัดค้านและยอมให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกแต่เพียงผู้เดียว แต่การเจาะจงให้ทรัพย์มรดกแก่ผู้คัดค้านเช่นนี้เป็นการยกทรัพย์มรดกส่วนของตนให้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่การสละมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 อย่างไรก็ดีแม้ข้อตกลงระหว่างผู้ร้องและ ว. ฝ่ายหนึ่งกับผู้คัดค้านอีกฝ่ายหนึ่ง ดังกล่าว จะไม่ใช่หนังสือสละมรดกตามกฎหมายแต่ก็มีลักษณะเป็นสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดก เมื่อทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือดังกล่าวแล้ว ย่อมผูกพันคู่สัญญาตามมาตรา 1750 วรรคสองผู้ร้องจึงไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้ตั้ง ว. เป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งตั้งนางเวียง สอนดี เป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอ และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องและผู้คัดค้าน ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้อง ผู้คัดค้านและนางเวียง สอนดี เป็นบุตรของผู้ตาย หลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว นางเฮืองหอมอินทร์เป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย แต่นางเฮืองยักยอกทรัพย์มรดก ผู้คัดค้าน ผู้ร้องและนางเวียงจึงปรึกษาหารือและทำบันทึกข้อตกลงกันต่อหน้าเจ้าพนักงานตำรวจตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2534 เอกสารหมาย ร.ค.1 หลังจากนั้นผู้คัดค้านได้ร้องขอต่อศาลให้ถอนนางเฮืองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกศาลไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ถอนนางเฮืองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายตามคำร้องขอของผู้คัดค้าน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนางเวียงเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายหรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่าข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย ร.ค.1 เป็นเรื่องที่ผู้ร้องและนางเวียงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่นางเฮือง มิได้มีเจตนาสละมรดก จึงไม่ใช่หนังสือสละมรดกตามกฎหมายนั้น ผู้คัดค้านเบิกความถึงเหตุที่ต้องทำบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย ร.ค.1 ก็เพราะนางเฮืองผู้จัดการมรดกผู้ตายยักยอกทรัพย์มรดกเป็นของนางเฮืองแต่ผู้เดียวเมื่อผู้คัดค้านนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับผู้ร้องและนางเวียงซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก ผู้ร้องและนางเวียงแจ้งว่าไม่ขอเกี่ยวข้องกับมรดกรายนี้ จึงพากันไปทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ศาลฎีกาตรวจดูบันทึกข้อตกลงฉบับนี้แล้วเห็นว่ามีข้อความชัดแจ้งว่าผู้ร้องและนางเวียงขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกให้แก่ผู้คัดค้านและยอมให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกแต่เพียงผู้เดียวจริง แต่การเจาะจงให้ทรัพย์มรดกตกแก่ผู้คัดค้านเช่นนี้เป็นการยกทรัพย์มรดกส่วนของตนให้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่การสละมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 อย่างไรก็ดีแม้ข้อตกลงระหว่างผู้ร้องและนางเวียงฝ่ายหนึ่งกับผู้คัดค้านอีกฝ่ายหนึ่งตามเอกสารหมาย ร.ค.1 จะไม่ใช่หนังสือสละมรดกตามกฎหมาย แต่ก็มีลักษณะเป็นสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดก เมื่อทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือดังกล่าวแล้ว ย่อมผูกพันคู่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคสอง ผู้ร้องจึงไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งนางเวียงเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-จำรูญ แสนภักดี-วสันต์ ตรีสุวรรณ) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44070
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058873"
    }
}
date
2544
deka_no
9504/2544
deka_running_no
9504
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1612",
            "ม. 1750"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง เหลี่ยม ยอดสุวรรณ์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นาย น้อย บุญพิมพ์"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งตั้งนางเวียง สอนดี เป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอ และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องและผู้คัดค้าน

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้อง ผู้คัดค้านและนางเวียง สอนดี เป็นบุตรของผู้ตาย หลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว นางเฮืองหอมอินทร์เป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย แต่นางเฮืองยักยอกทรัพย์มรดก ผู้คัดค้าน ผู้ร้องและนางเวียงจึงปรึกษาหารือและทำบันทึกข้อตกลงกันต่อหน้าเจ้าพนักงานตำรวจตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2534 เอกสารหมาย ร.ค.1 หลังจากนั้นผู้คัดค้านได้ร้องขอต่อศาลให้ถอนนางเฮืองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกศาลไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ถอนนางเฮืองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายตามคำร้องขอของผู้คัดค้าน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนางเวียงเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายหรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่าข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย ร.ค.1 เป็นเรื่องที่ผู้ร้องและนางเวียงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่นางเฮือง มิได้มีเจตนาสละมรดก จึงไม่ใช่หนังสือสละมรดกตามกฎหมายนั้น ผู้คัดค้านเบิกความถึงเหตุที่ต้องทำบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย ร.ค.1 ก็เพราะนางเฮืองผู้จัดการมรดกผู้ตายยักยอกทรัพย์มรดกเป็นของนางเฮืองแต่ผู้เดียวเมื่อผู้คัดค้านนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับผู้ร้องและนางเวียงซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก ผู้ร้องและนางเวียงแจ้งว่าไม่ขอเกี่ยวข้องกับมรดกรายนี้ จึงพากันไปทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ศาลฎีกาตรวจดูบันทึกข้อตกลงฉบับนี้แล้วเห็นว่ามีข้อความชัดแจ้งว่าผู้ร้องและนางเวียงขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกให้แก่ผู้คัดค้านและยอมให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกแต่เพียงผู้เดียวจริง แต่การเจาะจงให้ทรัพย์มรดกตกแก่ผู้คัดค้านเช่นนี้เป็นการยกทรัพย์มรดกส่วนของตนให้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่การสละมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 อย่างไรก็ดีแม้ข้อตกลงระหว่างผู้ร้องและนางเวียงฝ่ายหนึ่งกับผู้คัดค้านอีกฝ่ายหนึ่งตามเอกสารหมาย ร.ค.1 จะไม่ใช่หนังสือสละมรดกตามกฎหมาย แต่ก็มีลักษณะเป็นสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดก เมื่อทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือดังกล่าวแล้ว ย่อมผูกพันคู่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคสอง ผู้ร้องจึงไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งนางเวียงเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001062.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544