คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9574/2544 ฉบับเต็ม

#44080
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9574/2544 ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน โจทก์ นาง ประเมียร ติยะวนิช ผู้ร้อง นาย ถาวร พิชะยะ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 290 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 เป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ข้ออ้างที่ว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้เป็นข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะยกขึ้นโต้แย้งไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระหนี้ 17,475,616.44 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ18 ต่อปี ของต้นเงิน 15,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (28 ธันวาคม2537) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยผ่อนชำระเดือนละไม่ต่ำกว่า250,000 บาท ทุกวันสิ้นสุดของเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม 2539 ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 18 เดือน ต่อมาจำเลยผิดนัด โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 45152 ถึง 45157ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์จำนองเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1066/2539 ของศาลชั้นต้น ผู้ร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2541 ผู้ร้องสืบหาทรัพย์สินของจำเลยแล้วปรากฏว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างใดอีกเลย ผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลย จึงขอเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่โจทก์ยึด โจทก์และจำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นงดไต่สวนและมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามขอ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน แต่ให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์จากเงินที่เหลือภายหลังที่ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์เจ้าหนี้จำนองแล้ว จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิยกข้ออ้างที่ว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 นั้น เป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ฉะนั้น ข้ออ้างที่ว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้ จึงเป็นข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาหาอาจจะยกขึ้นโต้แย้งได้ไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..." พิพากษายืน (ปรีดี รุ่งวิสัย-อัธยา ดิษยบุตร-สมศักดิ์ เนตรมัย) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44080
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058659"
    }
}
date
2544
deka_no
9574/2544
deka_running_no
9574
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 290"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง ประเมียร ติยะวนิช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ถาวร พิชะยะ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระหนี้ 17,475,616.44 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ18 ต่อปี ของต้นเงิน 15,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (28 ธันวาคม2537) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยผ่อนชำระเดือนละไม่ต่ำกว่า250,000 บาท ทุกวันสิ้นสุดของเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม 2539 ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 18 เดือน ต่อมาจำเลยผิดนัด โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 45152 ถึง 45157ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์จำนองเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1066/2539 ของศาลชั้นต้น ผู้ร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2541 ผู้ร้องสืบหาทรัพย์สินของจำเลยแล้วปรากฏว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างใดอีกเลย ผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลย จึงขอเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่โจทก์ยึด

โจทก์และจำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นงดไต่สวนและมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามขอ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน แต่ให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์จากเงินที่เหลือภายหลังที่ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์เจ้าหนี้จำนองแล้ว

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิยกข้ออ้างที่ว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 นั้น เป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ฉะนั้น ข้ออ้างที่ว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้ จึงเป็นข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาหาอาจจะยกขึ้นโต้แย้งได้ไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..."

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001060.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544