คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9846/2544 ฉบับเต็ม

#44090
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9846/2544 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลานหอยหินอ่อน โจทก์ บริษัท เอ็ม พี คอนกรีต จำกัด ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัพย์วิภา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 260, มาตรา 276, มาตรา 290 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยสั่งอายัดเงิน 450,000 บาท ที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากเทศบาลเมือง ส. และเทศบาลเมือง ส. ได้ส่งเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นตามคำสั่งอายัด ต่อมา ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความแก่โจทก์ โดยในคำพิพากษามิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาที่ศาลได้สั่งไว้ในระหว่างการพิจารณาคำสั่งอายัดเงินชั่วคราวก่อนพิพากษาจึงยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 260(2) เมื่อโจทก์ยื่นคำขอให้ออกหมายบังคับคดีแล้วเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2541 ซึ่งศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2541 อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลได้ จึงมีผลเท่ากับเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคหนึ่ง และได้มีการชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามที่อายัดไว้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี นับตั้งแต่วันที่ศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว ผู้ร้องจึงต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ดังกล่าวก่อนสิ้นระยะเวลา14 วันนับแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2541 ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายบังคับคดีอันถือได้ว่าเป็นวันที่มีการชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคห้า หาใช่นับแต่วันที่ 14 มกราคม 2542 ซึ่งเป็นวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือขอให้ศาลชั้นต้นส่งเงินอันเป็นทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่ผู้ร้องอ้างไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 412,158 บาท ค่าทนายความ 5,000 บาท และค่าขึ้นศาลในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนแก่โจทก์ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความลงวันที่ 3 ธันวาคม 2541 ซึ่งก่อนมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดเงิน 450,000 บาท ที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา เทศบาลเมืองสุโขทัยธานีได้ส่งเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2541 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 11/2542 หมายเลขแดงที่ 3/2542 คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดเงิน 450,000 บาท ที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีไว้แล้วและเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ศาลชั้นต้นส่งเงินดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2542 นอกจากเงินดังกล่าว จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่ผู้ร้องจะสามารถบังคับคดีได้ ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินดังกล่าวจากโจทก์และดำเนินการบังคับคดีแทนโจทก์หากโจทก์สละสิทธิหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องเพียงประการเดียวว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยสั่งอายัดเงิน 450,000 บาท ที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีไปยังเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2541และวันที่ 26 พฤศจิกายน 2541 เทศบาลเมืองสุโขทัยธานีได้ส่งเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นตามคำสั่งอายัด ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2541 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความแก่โจทก์ โดยในคำพิพากษามิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาที่ศาลได้สั่งไว้ในระหว่างการพิจารณา คำสั่งอายัดเงินชั่วคราวก่อนพิพากษาจึงยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260(2) เมื่อโจทก์ยื่นคำขอให้ออกหมายบังคับคดีแล้ว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2541 ซึ่งศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2541 อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลได้ จึงมีผลเท่ากับเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290วรรคหนึ่ง และได้มีการชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามที่อายัดไว้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีนับตั้งแต่วันที่ศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว ผู้ร้องจึงต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ดังกล่าวก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2541 ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายบังคับคดีอันถือได้ว่าเป็นวันที่มีการชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคห้า หาใช่นับแต่วันที่ 14 มกราคม 2542 ซึ่งเป็นวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือขอให้ศาลชั้นต้นส่งเงินอันเป็นทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่ผู้ร้องเข้าใจและอ้างในฎีกาไม่ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2542 จึงเป็นการยื่นหลังจากสิ้นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่เทศบาลเมืองสุโขทัยธานีส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคห้า ดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (จำรูญ แสนภักดี-ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-วสันต์ ตรีสุวรรณ) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44090
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058428"
    }
}
date
2544
deka_no
9846/2544
deka_running_no
9846
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 260",
            "ม. 276",
            "ม. 290"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลานหอยหินอ่อน"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัท เอ็ม พี คอนกรีต จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัพย์วิภา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 412,158 บาท ค่าทนายความ 5,000 บาท และค่าขึ้นศาลในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนแก่โจทก์ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความลงวันที่ 3 ธันวาคม 2541 ซึ่งก่อนมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดเงิน 450,000 บาท ที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา เทศบาลเมืองสุโขทัยธานีได้ส่งเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2541

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 11/2542 หมายเลขแดงที่ 3/2542 คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดเงิน 450,000 บาท ที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีไว้แล้วและเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ศาลชั้นต้นส่งเงินดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2542 นอกจากเงินดังกล่าว จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่ผู้ร้องจะสามารถบังคับคดีได้ ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินดังกล่าวจากโจทก์และดำเนินการบังคับคดีแทนโจทก์หากโจทก์สละสิทธิหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องเพียงประการเดียวว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยสั่งอายัดเงิน 450,000 บาท ที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีไปยังเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2541และวันที่ 26 พฤศจิกายน 2541 เทศบาลเมืองสุโขทัยธานีได้ส่งเงินจำนวนดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นตามคำสั่งอายัด ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2541 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความแก่โจทก์ โดยในคำพิพากษามิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาที่ศาลได้สั่งไว้ในระหว่างการพิจารณา คำสั่งอายัดเงินชั่วคราวก่อนพิพากษาจึงยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260(2) เมื่อโจทก์ยื่นคำขอให้ออกหมายบังคับคดีแล้ว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2541 ซึ่งศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2541 อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลได้ จึงมีผลเท่ากับเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290วรรคหนึ่ง และได้มีการชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามที่อายัดไว้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีนับตั้งแต่วันที่ศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว ผู้ร้องจึงต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ดังกล่าวก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2541 ซึ่งเป็นวันที่ศาลออกหมายบังคับคดีอันถือได้ว่าเป็นวันที่มีการชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคห้า หาใช่นับแต่วันที่ 14 มกราคม 2542 ซึ่งเป็นวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือขอให้ศาลชั้นต้นส่งเงินอันเป็นทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่ผู้ร้องเข้าใจและอ้างในฎีกาไม่ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2542 จึงเป็นการยื่นหลังจากสิ้นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่เทศบาลเมืองสุโขทัยธานีส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคห้า ดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001058.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544