คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2092/2545 ฉบับเต็ม

#44137
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2092/2545 ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย พูลสวัสดิ์ วรวัลย์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 286 ค่าป่วยการรายเดือนและเงินค่าป่วยการประจำตำแหน่งที่จำเลยได้รับจากเทศบาลนคร ซึ่งให้เหมาจ่ายเป็นรายเดือน โดยคำนวณจากรายได้จริงตามงบประมาณทั่วไปที่เทศบาลจัดเก็บเองจากภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ภาษีป้าย อากรฆ่าสัตว์ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่าปรับ และรายได้จากทรัพย์สินของเทศบาลของปีงบประมาณที่ผ่านมา มีลักษณะไม่คงที่อาจเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามรายได้ เงินดังกล่าวมิใช่เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) แม้ตำแหน่งเทศมนตรีที่จำเลยดำรงอยู่จะถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง แต่เมื่อเงินค่าป่วยการรายเดือนและเงินค่าป่วยการประจำตำแหน่งมิได้อยู่ในความหมายหรือคำว่า "เงินเดือน"ของข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว โจทก์ย่อมขอบังคับคดีแก่เงินดังกล่าวได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 253,045.66 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด ต่อมาวันที่ 31 ตุลาคม 2543 และวันที่ 3 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ยื่นคำแถลงว่า จำเลยที่ 1 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ และได้รับแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มีสิทธิได้รับค่าป่วยการซึ่งมิใช่เงินเดือนจากเทศบาลนครเชียงใหม่ทุกเดือน โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินค่าป่วยการดังกล่าว โดยให้เทศบาลนครเชียงใหม่ส่งเงินอายัดมายังศาลชั้นต้น เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่า เทศบาลเป็นทบวงการเมืองตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 7 วรรคสอง ตำแหน่งเทศมนตรีเป็นข้าราชการเมืองส่วนท้องถิ่น เงินค่าป่วยการที่โจทก์ขออายัดไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีไม่อาจอายัดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประเด็นเดียวว่า เงินค่าป่วยการที่จำเลยที่ 1 ได้รับในตำแหน่งเทศมนตรีนครเชียงใหม่ นั้น ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) ดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น หรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามมาตรา 286(2) ระบุไว้ชัดเจนว่า สิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีในกรณีนี้ได้แก่ "เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดของข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐบาล และเงินสงเคราะห์หรือบำนาญที่รัฐบาลได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น" เจตนารมณ์ของบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมุ่งหมายที่จะให้ความคุ้มครองข้าราชการแห่งรัฐที่เลี้ยงชีพด้วยเงินเดือนอันเป็นรายได้ประจำเพียงอย่างเดียวที่แน่นอนตายตัว แต่เงินที่โจทก์ขออายัดในคดีนี้เป็นเงินค่าป่วยการรายเดือน และเงินค่าป่วยการประจำตำแหน่งที่จำเลยที่ 1ได้รับจากเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งให้เหมาจ่ายเป็นรายเดือน โดยคำนวณจากรายได้จริงตามงบประมาณทั่วไปที่เทศบาลจัดเก็บเองจากภาษีโรงเรือนและที่ดินภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้าย อากรฆ่าสัตว์ ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่าปรับและรายได้จากทรัพย์สินของเทศบาลของปีงบประมาณที่ผ่านมา จึงมีลักษณะไม่คงที่อาจเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามรายได้ของเทศบาลซึ่งต่างจากเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการประจำที่มีลักษณะคงที่แน่นอนไม่ผันแปรโดยง่าย ดังปรากฏตามพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ. 2519 มาตรา 16 แก้ไขโดยพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2539 มาตรา 3ประกอบด้วยบัญชีและหมายเหตุท้ายพระราชกฤษฎีกา จึงเห็นได้โดยแจ้งชัดและเป็นที่เข้าใจได้ว่า เงินดังกล่าวมิใช่เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดตามที่ปรากฏในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) เหตุนี้แม้ตำแหน่งเทศมนตรีที่จำเลยที่ 1 ดำรงอยู่จะถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง แต่เมื่อเงินค่าป่วยการรายเดือนและเงินค่าป่วยการประจำตำแหน่งมิได้อยู่ในความหมายหรือคำว่า "เงินเดือน" ของข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว โจทก์ย่อมขอบังคับคดีได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยให้อายัดเงินค่าป่วยการรายเดือนและค่าป่วยการประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 1 ไปยังเทศบาลนครเชียงใหม่ให้ส่งเงินมายังศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์จนครบ (วิชา มหาคุณ-วิชัย วิวิตเสวี-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44137
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055192"
    }
}
date
2545
deka_no
2092/2545
deka_running_no
2092
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิชา มหาคุณ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 286"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย พูลสวัสดิ์ วรวัลย์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 253,045.66 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด

ต่อมาวันที่ 31 ตุลาคม 2543 และวันที่ 3 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ยื่นคำแถลงว่า จำเลยที่ 1 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ และได้รับแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มีสิทธิได้รับค่าป่วยการซึ่งมิใช่เงินเดือนจากเทศบาลนครเชียงใหม่ทุกเดือน โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินค่าป่วยการดังกล่าว โดยให้เทศบาลนครเชียงใหม่ส่งเงินอายัดมายังศาลชั้นต้น เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่า เทศบาลเป็นทบวงการเมืองตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 7 วรรคสอง ตำแหน่งเทศมนตรีเป็นข้าราชการเมืองส่วนท้องถิ่น เงินค่าป่วยการที่โจทก์ขออายัดไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีไม่อาจอายัดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2)

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประเด็นเดียวว่า เงินค่าป่วยการที่จำเลยที่ 1 ได้รับในตำแหน่งเทศมนตรีนครเชียงใหม่ นั้น ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) ดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น หรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามมาตรา 286(2) ระบุไว้ชัดเจนว่า สิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีในกรณีนี้ได้แก่ "เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดของข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐบาล และเงินสงเคราะห์หรือบำนาญที่รัฐบาลได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น" เจตนารมณ์ของบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมุ่งหมายที่จะให้ความคุ้มครองข้าราชการแห่งรัฐที่เลี้ยงชีพด้วยเงินเดือนอันเป็นรายได้ประจำเพียงอย่างเดียวที่แน่นอนตายตัว แต่เงินที่โจทก์ขออายัดในคดีนี้เป็นเงินค่าป่วยการรายเดือน และเงินค่าป่วยการประจำตำแหน่งที่จำเลยที่ 1ได้รับจากเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งให้เหมาจ่ายเป็นรายเดือน โดยคำนวณจากรายได้จริงตามงบประมาณทั่วไปที่เทศบาลจัดเก็บเองจากภาษีโรงเรือนและที่ดินภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้าย อากรฆ่าสัตว์ ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่าปรับและรายได้จากทรัพย์สินของเทศบาลของปีงบประมาณที่ผ่านมา จึงมีลักษณะไม่คงที่อาจเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามรายได้ของเทศบาลซึ่งต่างจากเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการประจำที่มีลักษณะคงที่แน่นอนไม่ผันแปรโดยง่าย ดังปรากฏตามพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ. 2519 มาตรา 16 แก้ไขโดยพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2539 มาตรา 3ประกอบด้วยบัญชีและหมายเหตุท้ายพระราชกฤษฎีกา จึงเห็นได้โดยแจ้งชัดและเป็นที่เข้าใจได้ว่า เงินดังกล่าวมิใช่เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดตามที่ปรากฏในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(2) เหตุนี้แม้ตำแหน่งเทศมนตรีที่จำเลยที่ 1 ดำรงอยู่จะถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง แต่เมื่อเงินค่าป่วยการรายเดือนและเงินค่าป่วยการประจำตำแหน่งมิได้อยู่ในความหมายหรือคำว่า "เงินเดือน" ของข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว โจทก์ย่อมขอบังคับคดีได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยให้อายัดเงินค่าป่วยการรายเดือนและค่าป่วยการประจำตำแหน่งของจำเลยที่ 1 ไปยังเทศบาลนครเชียงใหม่ให้ส่งเงินมายังศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์จนครบ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001029.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545