คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2540/2545 ฉบับเต็ม

#44143
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2540/2545 สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น โจทก์ บริษัท วิน วิน ซูโลชั่น พับ ลิครีเลชั่น จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2530 มาตรา 5, มาตรา 8, มาตรา 9 สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นโจทก์ได้รับการสถาปนาจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำดับที่ 2 ตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มาตรา 9 โจทก์ก็ยังคงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเท่านั้น เพราะตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มิได้กำหนดให้กลุ่ม "อุตสาหกรรม"หรือ "กลุ่มท้องที่" ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นนั้นเป็นนิติบุคคลแยกเป็นต่างหาก เมื่อโจทก์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงถือได้ว่าโจทก์เป็นเพียงสำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530มาตรา 8 วรรคแรก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีเองได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าตอบแทนในการจัดงานในนามของโจทก์เป็นเงินจำนวน 575,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า ตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2530 และข้อบังคับของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้โจทก์มีฐานะเป็นกลุ่มสมาชิก การดำเนินกิจกรรมหรือทำนิติกรรมใด ๆ ในนามของกลุ่มสมาชิกให้อยู่ภายใต้การควบคุมและรับผิดชอบของคณะกรรมการกลุ่มสมาชิกโดยไม่มีผลผูกพันกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยทางกฎหมายแต่อย่างใด ทั้งตามข้อบังคับของโจทก์ก็ได้มีข้อกำหนดดังกล่าว และยังให้คณะกรรมการโจทก์มีอำนาจวางนโยบายดำเนินงานของโจทก์ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และวัตถุประสงค์ สำหรับกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกได้กำหนดให้ประธานโจทก์เป็นผู้แทนของโจทก์สามารถกระทำการแทนโจทก์ได้ โจทก์จึงไม่ได้อยู่ในฐานะเป็นสาขาในจังหวัดอื่นของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีได้เองนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มาตรา 5 วรรคสอง บัญญัติว่า ให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคล และมาตรา 8 วรรคแรก บัญญัติว่า ให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครและให้มีสำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นได้ตามความจำเป็น แม้โจทก์จะได้รับการสถาปนาจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำดับที่ 2 ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีอำนาจกระทำได้ตามมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ตามโจทก์ก็ยังคงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเท่านั้น เพราะตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มิได้กำหนดให้กลุ่ม"อุตสาหกรรม" หรือ "กลุ่มท้องที่" ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นนั้นเป็นนิติบุคคลแยกเป็นต่างหากแต่ประการใด แม้ตามระเบียบข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฉบับที่ 5 ว่าด้วยกลุ่มสมาชิก พ.ศ. 2540 ข้อ 9 จะกำหนดว่าเมื่อมีการจัดตั้งกลุ่มสมาชิกแล้ว ให้คณะกรรมการกลุ่มสมาชิกดำเนินกิจการหรือทำนิติกรรมใด ๆในนามของกลุ่มสมาชิกนั้น ๆ ภายใต้การควบคุมและรับผิดชอบของคณะกรรมการกลุ่มสมาชิกและสมาชิกของกลุ่ม การดำเนินการใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น ไม่มีผลผูกพันสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยทางกฎหมายแต่อย่างใดทั้งสิ้นก็ตาม ก็หามีผลทำให้โจทก์ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกที่จัดตั้งขึ้นมีฐานะเป็นนิติบุคคลไม่ เมื่อโจทก์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นเพียงสำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มาตรา 8 วรรคแรก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีเองได้ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลชั้นต้นสืบพยานหลักฐานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ไม่ได้ขอให้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 ก. ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์พิพาทจึงเกินอัตราตามกฎหมาย" พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินจาก 200 บาท ให้โจทก์ (ชวลิต ตุลยสิงห์-ดวงมาลย์ ศิลปอาชา-สมชาย จุลนิติ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44143
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054638"
    }
}
date
2545
deka_no
2540/2545
deka_running_no
2540
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "ดวงมาลย์ ศิลปอาชา",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 5",
            "ม. 8",
            "ม. 9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท วิน วิน ซูโลชั่น พับ ลิครีเลชั่น จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าตอบแทนในการจัดงานในนามของโจทก์เป็นเงินจำนวน 575,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า ตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2530 และข้อบังคับของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้โจทก์มีฐานะเป็นกลุ่มสมาชิก การดำเนินกิจกรรมหรือทำนิติกรรมใด ๆ ในนามของกลุ่มสมาชิกให้อยู่ภายใต้การควบคุมและรับผิดชอบของคณะกรรมการกลุ่มสมาชิกโดยไม่มีผลผูกพันกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยทางกฎหมายแต่อย่างใด ทั้งตามข้อบังคับของโจทก์ก็ได้มีข้อกำหนดดังกล่าว และยังให้คณะกรรมการโจทก์มีอำนาจวางนโยบายดำเนินงานของโจทก์ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และวัตถุประสงค์ สำหรับกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกได้กำหนดให้ประธานโจทก์เป็นผู้แทนของโจทก์สามารถกระทำการแทนโจทก์ได้ โจทก์จึงไม่ได้อยู่ในฐานะเป็นสาขาในจังหวัดอื่นของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีได้เองนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มาตรา 5 วรรคสอง บัญญัติว่า ให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคล และมาตรา 8 วรรคแรก บัญญัติว่า ให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครและให้มีสำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นได้ตามความจำเป็น แม้โจทก์จะได้รับการสถาปนาจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำดับที่ 2 ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีอำนาจกระทำได้ตามมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ตามโจทก์ก็ยังคงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเท่านั้น เพราะตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มิได้กำหนดให้กลุ่ม"อุตสาหกรรม" หรือ "กลุ่มท้องที่" ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นนั้นเป็นนิติบุคคลแยกเป็นต่างหากแต่ประการใด แม้ตามระเบียบข้อบังคับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฉบับที่ 5 ว่าด้วยกลุ่มสมาชิก พ.ศ. 2540 ข้อ 9 จะกำหนดว่าเมื่อมีการจัดตั้งกลุ่มสมาชิกแล้ว ให้คณะกรรมการกลุ่มสมาชิกดำเนินกิจการหรือทำนิติกรรมใด ๆในนามของกลุ่มสมาชิกนั้น ๆ ภายใต้การควบคุมและรับผิดชอบของคณะกรรมการกลุ่มสมาชิกและสมาชิกของกลุ่ม การดำเนินการใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น ไม่มีผลผูกพันสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยทางกฎหมายแต่อย่างใดทั้งสิ้นก็ตาม ก็หามีผลทำให้โจทก์ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกที่จัดตั้งขึ้นมีฐานะเป็นนิติบุคคลไม่ เมื่อโจทก์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นเพียงสำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 มาตรา 8 วรรคแรก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีเองได้ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง คดีนี้โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลชั้นต้นสืบพยานหลักฐานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ไม่ได้ขอให้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 ก. ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์พิพาทจึงเกินอัตราตามกฎหมาย"

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินจาก 200 บาท ให้โจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001024.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545