คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2755/2544 ฉบับเต็ม

#44615
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2755/2544 บริษัท วิริยะลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นาง นิยม กาญจนเลขา กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 224, มาตรา 368 ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยในสัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ที่ว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดหรือผิดสัญญาและต้องชำระเงินใด ๆ ให้แก่เจ้าของผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับจากวันผิดนัดนั้นเงินที่ผิดนัดค้างชำระ หมายถึงหนี้เงินที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์ตามสัญญา แต่ค่าเสียหายในกรณีที่จำเลยชำระหนี้ไม่ตรงตามเวลาไม่ใช่หนี้เงินตามที่สัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ระบุไว้จึงบังคับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในค่าเสียหายดังกล่าวไม่ได้คงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 เท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2537 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จำนวน 1 คัน จากโจทก์ในราคาเช่าซื้อ3,560,748 บาท โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หลังจากเช่าซื้อรถยนต์ไปแล้วจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 5 สัญญาจึงเลิกกันทันทีตามข้อสัญญาต่อมาโจทก์ติดตามรถยนต์คืนมาได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตามจำนวน 5,000 บาท รถยนต์อยู่ในสภาพเสียหายจะขายได้ไม่เกิน2,000,000 บาท เมื่อหักจากค่าเช่าซื้อที่คงเหลือแล้ว โจทก์ขอคิดค่าเสียหายส่วนนี้เพียง 940,000 บาท และโจทก์ขาดประโยชน์ที่ควรจะได้จากการนำรถยนต์ออกให้เช่าได้เดือนละ 62,060 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เป็นเงิน 186,180 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,131,180 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อทำให้สัญญาเช่าซื้อเลิกกัน จึงไม่มีค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน263,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่14 มีนาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 325,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 มีนาคม 2538 อันเป็นวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายมีว่าโจทก์ควรได้รับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อตกลงกันไว้ในสัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดหรือผิดสัญญาและต้องชำระเงินใด ๆ ให้แก่เจ้าของผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับจากวันผิดนัดจึงขอให้กำหนดอัตราดอกเบี้ยให้โจทก์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา เห็นว่าเงินที่ผิดนัดค้างชำระตามที่กล่าวถึง หมายถึงหนี้เงินที่จำเลยที่ 1ต้องชำระให้โจทก์ตามสัญญา แต่ค่าเสียหายในกรณีที่จำเลยที่ 1ชำระหนี้ไม่ตรงตามเวลาไม่ใช่หนี้เงินตามที่สัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ระบุไว้จึงบังคับให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในค่าเสียหายดังกล่าวดังที่โจทก์ฎีกาไม่ได้ คงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 เท่านั้น ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน475,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ชนะ ภาสกานนท์-วิเทพ ศิริพากย์-ไพศาล เจริญวุฒิ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44615
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064834"
    }
}
date
2544
deka_no
2755/2544
deka_running_no
2755
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ชนะ ภาสกานนท์",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224",
            "ม. 368"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท วิริยะลิสซิ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง นิยม กาญจนเลขา กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2537 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จำนวน 1 คัน จากโจทก์ในราคาเช่าซื้อ3,560,748 บาท โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หลังจากเช่าซื้อรถยนต์ไปแล้วจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 5 สัญญาจึงเลิกกันทันทีตามข้อสัญญาต่อมาโจทก์ติดตามรถยนต์คืนมาได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตามจำนวน 5,000 บาท รถยนต์อยู่ในสภาพเสียหายจะขายได้ไม่เกิน2,000,000 บาท เมื่อหักจากค่าเช่าซื้อที่คงเหลือแล้ว โจทก์ขอคิดค่าเสียหายส่วนนี้เพียง 940,000 บาท และโจทก์ขาดประโยชน์ที่ควรจะได้จากการนำรถยนต์ออกให้เช่าได้เดือนละ 62,060 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เป็นเงิน 186,180 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,131,180 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อทำให้สัญญาเช่าซื้อเลิกกัน จึงไม่มีค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน263,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่14 มีนาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 325,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 มีนาคม 2538 อันเป็นวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายมีว่าโจทก์ควรได้รับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อตกลงกันไว้ในสัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดหรือผิดสัญญาและต้องชำระเงินใด ๆ ให้แก่เจ้าของผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับจากวันผิดนัดจึงขอให้กำหนดอัตราดอกเบี้ยให้โจทก์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา เห็นว่าเงินที่ผิดนัดค้างชำระตามที่กล่าวถึง หมายถึงหนี้เงินที่จำเลยที่ 1ต้องชำระให้โจทก์ตามสัญญา แต่ค่าเสียหายในกรณีที่จำเลยที่ 1ชำระหนี้ไม่ตรงตามเวลาไม่ใช่หนี้เงินตามที่สัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ระบุไว้จึงบังคับให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในค่าเสียหายดังกล่าวดังที่โจทก์ฎีกาไม่ได้ คงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 เท่านั้น ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน475,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001116.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544