คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2775/2544 ฉบับเต็ม

#44616
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2775/2544 พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ นาย คติพจน์ เพชรศรี กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 120 การจับและการสอบสวนเป็นคนละขั้นตอนกัน แม้การจับจำเลยจะไม่ชอบเพราะไม่มีหมายจับและเป็นกรณีที่ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะจับโดยไม่มีหมายจับได้ ก็ไม่ถือว่าไม่ได้มีการสอบสวนหรือเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบอันจะต้องห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 317, 83, 91 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม, 317 วรรคสาม,83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 ขณะกระทำผิดจำเลยที่ 1 อายุ 15 ปีเศษ จำเลยที่ 2 อายุ 14 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 ประกอบด้วยมาตรา 53 แล้วฐานพรากเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี6 เดือน ฐานกระทำชำเรา ให้ลงโทษจำคุกคนละ 25 ปี รวมให้ลงโทษจำคุกคนละ 27 ปี 6 เดือน คำรับของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษตามมาตรา 78ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกคนละ 18 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อนึ่ง ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าการจับจำเลยทั้งสองไม่ชอบเพราะไม่มีหมายจับและเป็นกรณีที่ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะจับโดยไม่มีหมายจับได้ พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวนและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า การจับและการสอบสวนเป็นคนละขั้นตอนกัน เพราะการจับเป็นวิธีการที่จะได้ตัวผู้กระทำผิด ส่วนการสอบสวนเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหาเพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 120 บัญญัติว่า ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาลโดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน ไม่ปรากฏว่าคดีนี้ไม่ได้มีการสอบสวนหรือการสอบสวนไม่ชอบอย่างไร ดังนั้นโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้" พิพากษายืน (ประพันธ์ ทรัพย์แสง-พันธาวุธ ปาณิกบุตร-ดลจรัส รัตนโศภิต) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44616
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082064825"
    }
}
date
2544
deka_no
2775/2544
deka_running_no
2775
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 120"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย คติพจน์ เพชรศรี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 317, 83, 91

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม, 317 วรรคสาม,83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 ขณะกระทำผิดจำเลยที่ 1 อายุ 15 ปีเศษ จำเลยที่ 2 อายุ 14 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 ประกอบด้วยมาตรา 53 แล้วฐานพรากเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี6 เดือน ฐานกระทำชำเรา ให้ลงโทษจำคุกคนละ 25 ปี รวมให้ลงโทษจำคุกคนละ 27 ปี 6 เดือน คำรับของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษตามมาตรา 78ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกคนละ 18 ปี 4 เดือน

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อนึ่ง ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าการจับจำเลยทั้งสองไม่ชอบเพราะไม่มีหมายจับและเป็นกรณีที่ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะจับโดยไม่มีหมายจับได้ พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวนและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า การจับและการสอบสวนเป็นคนละขั้นตอนกัน เพราะการจับเป็นวิธีการที่จะได้ตัวผู้กระทำผิด ส่วนการสอบสวนเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหาเพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 120 บัญญัติว่า ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาลโดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน ไม่ปรากฏว่าคดีนี้ไม่ได้มีการสอบสวนหรือการสอบสวนไม่ชอบอย่างไร ดังนั้นโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001116.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544