คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6380/2544 ฉบับเต็ม

#44640
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6380/2544 นาง พรพรรณ จิตต์ประเสริฐ โจทก์ นาง นฤมล ปัญญาหลักหรือชิมงาม จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นาง พวงเพ็ญ จามาศ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1349 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโจทก์ แต่ก็ยังคงเป็นของจำเลยทั้งโจทก์มิได้มีคำขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับทางพิพาทการที่ศาลพิพากษาห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับทางพิพาทจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3224 เนื้อที่ 2 งาน26 ตารางวา และเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 5 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าว ที่ดินของโจทก์ติดกับที่ดินน.ส.3 ก. เลขที่ 92 เนื้อที่1 งาน 97 ตารางวา ของจำเลย โจทก์ได้ที่ดินมาโดยมารดายกให้ ส่วนจำเลยได้รับมรดกจากบิดา ก่อนที่โจทก์และจำเลยจะได้รับโอนที่ดินมานั้น บิดาและมารดาโจทก์ได้ทำถนนเป็นทางเข้าออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3224 ของโจทก์ผ่านที่ดินของจำเลยซึ่งปิดกั้นที่ดินของโจทก์อยู่ออกสู่ถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง อันเป็นทางสาธารณะโจทก์ใช้ทางดังกล่าวเข้าออกสู่ถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งกว้าง 3 เมตร ยาวประมาณ 65 เมตร ซึ่งทางดังกล่าวเป็นทางจำเป็น เมื่อวันที่ 10พฤษภาคม 2539 จำเลยปักเสาปูนและนำลวดหนามมาขึงปิดกั้นทางดังกล่าวเป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามและเสาปูนที่จำเลยสร้างปิดกั้นไว้ และให้จำเลยเปิดถนนหรือทางเข้าออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์ใช้ทางได้อย่างสภาพเดิม หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอน ให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน จำเลยให้การว่า ที่ดินของโจทก์ไม่ได้ถูกที่ดินของผู้อื่นปิดล้อมเพราะโจทก์สามารถใช้ทางซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือที่ดินของโจทก์อันเป็นทางสาธารณะออกสู่ทางสาธารณะอีกสายหนึ่งทางด้านทิศตะวันตกซึ่งจะบรรจบกับถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง การที่โจทก์ใช้ที่ดินโฉนด (ที่ถูกคือ น.ส.3 ก.) เลขที่ 92 เป็นทางออกสู่ถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง ก็โดยถือวิสาสะเพื่อความสะดวกของโจทก์แต่ฝ่ายเดียว ทางพิพาทจึงไม่เป็นทางจำเป็น ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา นางพวงเพ็ญ จามาศ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมเนื่องจากเป็นผู้ซื้อที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 92 จากจำเลยโดยขอถือเอาคำให้การจำเลยเป็นคำให้การจำเลยร่วมด้วย และฟ้องแย้งว่า หากศาลพิพากษาให้ใช้ที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 92 ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เป็นทางจำเป็นขอให้โจทก์ชำระเงินเป็นค่าใช้ทางคิดเป็นเนื้อที่ 15 ตารางวา เป็นเงิน 45,000 บาท แก่จำเลยร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่จำเลยร่วมเรียกค่าใช้ทางเป็นเงิน45,000 บาท นั้นสูงเกินไป ราคาที่ดินไม่เกินตารางวาละ 500 บาท ค่าใช้ทางเป็นค่าตอบแทนตามกฎหมายมิใช่ราคาซื้อขาย ราคาที่ถูกต้องไม่ควรเกิน 5,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางพิพาทกว้าง3 เมตร ยาวจากที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 92 ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้งจังหวัดลพบุรี ของจำเลยร่วมไปถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งโดยให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนความเสียหายให้จำเลยร่วมจำนวน 3,000 บาท ต่อปี ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท คำขออื่นให้ยก จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาว่าห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาทนั้น แม้ว่าทางพิพาทจะเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโจทก์ก็ตาม แต่ที่ดินส่วนที่เป็นทางพิพาทยังคงเป็นของจำเลยและจำเลยร่วม ทั้งโจทก์มิได้มีคำขอให้ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 นอกจากนั้นตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้จำเลยเปิดถนนหรือทางเข้าออกจากที่ดินของโจทก์ แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางกว้าง 3 เมตร จากที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 92ของจำเลยร่วมไป ถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง อันไม่ตรงตามคำขอและอาจก่อให้เกิดปัญหาในการบังคับคดีได้ ศาลฎีกาจึงระบุให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางจำเป็นเสียให้ชัดแจ้งและไม่เกินกว่าที่โจทก์ขอมาได้" พิพากษาแก้เป็นว่า ทางพิพาทมีความกว้าง 3 เมตร มีความยาวตลอดแนวจากที่ดินของโจทก์ผ่านที่ดินของจำเลยและจำเลยร่วมไปจนถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งตามที่ปรากฏในแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1 และแผนที่เดินเผชิญสืบในสำนวนตกเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกไปจากทางพิพาท (สุรพล เจียมจูไร-ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-ประชา ประสงค์จรรยา) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44640
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062809"
    }
}
date
2544
deka_no
6380/2544
deka_running_no
6380
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ",
    "ประชา ประสงค์จรรยา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1349"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง พรพรรณ จิตต์ประเสริฐ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง นฤมล ปัญญาหลักหรือชิมงาม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "จำเลยร่วม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง พวงเพ็ญ จามาศ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3224 เนื้อที่ 2 งาน26 ตารางวา และเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 5 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าว ที่ดินของโจทก์ติดกับที่ดินน.ส.3 ก. เลขที่ 92 เนื้อที่1 งาน 97 ตารางวา ของจำเลย โจทก์ได้ที่ดินมาโดยมารดายกให้ ส่วนจำเลยได้รับมรดกจากบิดา ก่อนที่โจทก์และจำเลยจะได้รับโอนที่ดินมานั้น บิดาและมารดาโจทก์ได้ทำถนนเป็นทางเข้าออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3224 ของโจทก์ผ่านที่ดินของจำเลยซึ่งปิดกั้นที่ดินของโจทก์อยู่ออกสู่ถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง อันเป็นทางสาธารณะโจทก์ใช้ทางดังกล่าวเข้าออกสู่ถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งกว้าง 3 เมตร ยาวประมาณ 65 เมตร ซึ่งทางดังกล่าวเป็นทางจำเป็น เมื่อวันที่ 10พฤษภาคม 2539 จำเลยปักเสาปูนและนำลวดหนามมาขึงปิดกั้นทางดังกล่าวเป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามและเสาปูนที่จำเลยสร้างปิดกั้นไว้ และให้จำเลยเปิดถนนหรือทางเข้าออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์ใช้ทางได้อย่างสภาพเดิม หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอน ให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน

จำเลยให้การว่า ที่ดินของโจทก์ไม่ได้ถูกที่ดินของผู้อื่นปิดล้อมเพราะโจทก์สามารถใช้ทางซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือที่ดินของโจทก์อันเป็นทางสาธารณะออกสู่ทางสาธารณะอีกสายหนึ่งทางด้านทิศตะวันตกซึ่งจะบรรจบกับถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง การที่โจทก์ใช้ที่ดินโฉนด (ที่ถูกคือ น.ส.3 ก.) เลขที่ 92 เป็นทางออกสู่ถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง ก็โดยถือวิสาสะเพื่อความสะดวกของโจทก์แต่ฝ่ายเดียว ทางพิพาทจึงไม่เป็นทางจำเป็น ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา นางพวงเพ็ญ จามาศ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมเนื่องจากเป็นผู้ซื้อที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 92 จากจำเลยโดยขอถือเอาคำให้การจำเลยเป็นคำให้การจำเลยร่วมด้วย และฟ้องแย้งว่า หากศาลพิพากษาให้ใช้ที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 92 ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เป็นทางจำเป็นขอให้โจทก์ชำระเงินเป็นค่าใช้ทางคิดเป็นเนื้อที่ 15 ตารางวา เป็นเงิน 45,000 บาท แก่จำเลยร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่จำเลยร่วมเรียกค่าใช้ทางเป็นเงิน45,000 บาท นั้นสูงเกินไป ราคาที่ดินไม่เกินตารางวาละ 500 บาท ค่าใช้ทางเป็นค่าตอบแทนตามกฎหมายมิใช่ราคาซื้อขาย ราคาที่ถูกต้องไม่ควรเกิน 5,000 บาท

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางพิพาทกว้าง3 เมตร ยาวจากที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 92 ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้งจังหวัดลพบุรี ของจำเลยร่วมไปถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งโดยให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนความเสียหายให้จำเลยร่วมจำนวน 3,000 บาท ต่อปี ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาว่าห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาทนั้น แม้ว่าทางพิพาทจะเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโจทก์ก็ตาม แต่ที่ดินส่วนที่เป็นทางพิพาทยังคงเป็นของจำเลยและจำเลยร่วม ทั้งโจทก์มิได้มีคำขอให้ห้ามจำเลยและจำเลยร่วมเกี่ยวข้องกับทางพิพาท จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 นอกจากนั้นตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้จำเลยเปิดถนนหรือทางเข้าออกจากที่ดินของโจทก์ แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางกว้าง 3 เมตร จากที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 92ของจำเลยร่วมไป ถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้ง อันไม่ตรงตามคำขอและอาจก่อให้เกิดปัญหาในการบังคับคดีได้ ศาลฎีกาจึงระบุให้จำเลยและจำเลยร่วมเปิดทางจำเป็นเสียให้ชัดแจ้งและไม่เกินกว่าที่โจทก์ขอมาได้"

พิพากษาแก้เป็นว่า ทางพิพาทมีความกว้าง 3 เมตร มีความยาวตลอดแนวจากที่ดินของโจทก์ผ่านที่ดินของจำเลยและจำเลยร่วมไปจนถึงถนนสุขาภิบาลท่าวุ้งตามที่ปรากฏในแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1 และแผนที่เดินเผชิญสืบในสำนวนตกเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกไปจากทางพิพาท
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001098.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544