คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6935/2544 ฉบับเต็ม

#44647
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6935/2544 นาย วิรัตน์ พินดง กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 90 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 มาตรา 240 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอปล่อยตัวจากการคุมขังของพนักงานสอบสวน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ปรากฏว่าในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์การขอฝากขังของพนักงานสอบสวนได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยต่อ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้อง การคุมขังผู้ร้องในระหว่างการพิจารณาของศาลย่อมเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลและเป็นการดำเนินการคนละขั้นตอนกับการคุมขังในระหว่างการขอฝากขังของพนักงานสอบสวนเมื่อการคุมขังในขั้นตอนของการขอฝากขังได้สิ้นสุดไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาไม่สามารถจะสั่งตามคำร้องของผู้ร้องให้ได้ศาลฎีกาจึงสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความ (คำสั่งศาลฎีกา) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2543 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลลาดใหญ่ ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ร้องทั้งสามเนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ร้องทั้งสามไว้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2543ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2543 นายเอกชัย พิมพ์ใจใสซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการสำนักโยธาธิการที่ 4 (เพชรบุรี) มาร้องทุกข์ว่าปั๊มไฮดรอลิกของรถขุดตีนตะขาบของสำนักโยธาธิการที่ 4 (เพชรบุรี)ได้ถูกคนร้ายลักถอดเอาไป ยังไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนร้าย ต่อมาวันที่ 3 เมษายน2543 เวลา 17 นาฬิกา นายเอกชัยได้ชี้ยืนยันให้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ร้องทั้งสามดำเนินคดีในความผิดดังกล่าวนำมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี พนักงานสอบสวนจึงควบคุมตัวผู้ร้องทั้งสามไว้และขอฝากขังดังกล่าว ตามคดีหมายเลขดำที่ พ.181/2543 ของศาลชั้นต้น ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสามถูกจับโดยไม่มีหมายจับและมิได้มีการแจ้งข้อหา ทั้งไม่ใช่กรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจจะจับได้โดยไม่มีหมายจับ ผู้ร้องทั้งสามถูกควบคุมตัวหลังจากนั้นและเจ้าพนักงานตำรวจยังทำร้ายผู้ร้องที่ 1 เพื่อให้การรับสารภาพอีกด้วย การจับและคุมขังผู้ร้องทั้งสองจึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจคุมขังผู้ร้องทั้งสาม ขอให้มีคำสั่งปล่อยตัวผู้ร้องทั้งสามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวแล้วมีคำสั่งว่า คดีไม่มีพยานหลักฐานให้ฟังได้ว่า การจับกุม การควบคุมตัวและการสอบสวนผู้ร้องทั้งสามไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด คำร้องของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏข้อเท็จจริงตามท้องสำนวนว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 การขอฝากขังของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลลาดใหญ่ตามคดีหมายเลขดำที่ พ.181/2543 ของศาลชั้นต้นได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยพนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงครามได้ยื่นฟ้องผู้ร้องทั้งสามเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 689/2543 ของศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้อง การคุมขังผู้ร้องทั้งสามในระหว่างการพิจารณาของศาลย่อมเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาล และการคุมขังในระหว่างการพิจารณาของศาล ย่อมเป็นการดำเนินการคนละขั้นตอนกับการคุมขังในระหว่างการขอฝากขังของพนักงานสอบสวน เมื่อปรากฏว่าการคุมขังในขั้นตอนของการขอฝากขังตามคำร้องของพนักงานสอบสวนได้สิ้นสุดไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาไม่สามารถจะสั่งตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามให้ได้ คดีไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องทั้งสามต่อไป" ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44647
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082062017"
    }
}
date
2544
deka_no
6935/2544
deka_running_no
6935
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90"
        ]
    },
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475",
        "sections": [
            "ม. 240"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย วิรัตน์ พินดง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2543 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลลาดใหญ่ ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ร้องทั้งสามเนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ร้องทั้งสามไว้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2543ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2543 นายเอกชัย พิมพ์ใจใสซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการสำนักโยธาธิการที่ 4 (เพชรบุรี) มาร้องทุกข์ว่าปั๊มไฮดรอลิกของรถขุดตีนตะขาบของสำนักโยธาธิการที่ 4 (เพชรบุรี)ได้ถูกคนร้ายลักถอดเอาไป ยังไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนร้าย ต่อมาวันที่ 3 เมษายน2543 เวลา 17 นาฬิกา นายเอกชัยได้ชี้ยืนยันให้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ร้องทั้งสามดำเนินคดีในความผิดดังกล่าวนำมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี พนักงานสอบสวนจึงควบคุมตัวผู้ร้องทั้งสามไว้และขอฝากขังดังกล่าว ตามคดีหมายเลขดำที่ พ.181/2543 ของศาลชั้นต้น

ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสามถูกจับโดยไม่มีหมายจับและมิได้มีการแจ้งข้อหา ทั้งไม่ใช่กรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจจะจับได้โดยไม่มีหมายจับ ผู้ร้องทั้งสามถูกควบคุมตัวหลังจากนั้นและเจ้าพนักงานตำรวจยังทำร้ายผู้ร้องที่ 1 เพื่อให้การรับสารภาพอีกด้วย การจับและคุมขังผู้ร้องทั้งสองจึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจคุมขังผู้ร้องทั้งสาม ขอให้มีคำสั่งปล่อยตัวผู้ร้องทั้งสามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 240 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90

ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวแล้วมีคำสั่งว่า คดีไม่มีพยานหลักฐานให้ฟังได้ว่า การจับกุม การควบคุมตัวและการสอบสวนผู้ร้องทั้งสามไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด คำร้องของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ผู้ร้องทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏข้อเท็จจริงตามท้องสำนวนว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 การขอฝากขังของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลลาดใหญ่ตามคดีหมายเลขดำที่ พ.181/2543 ของศาลชั้นต้นได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยพนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงครามได้ยื่นฟ้องผู้ร้องทั้งสามเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 689/2543 ของศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้อง การคุมขังผู้ร้องทั้งสามในระหว่างการพิจารณาของศาลย่อมเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาล และการคุมขังในระหว่างการพิจารณาของศาล ย่อมเป็นการดำเนินการคนละขั้นตอนกับการคุมขังในระหว่างการขอฝากขังของพนักงานสอบสวน เมื่อปรากฏว่าการคุมขังในขั้นตอนของการขอฝากขังตามคำร้องของพนักงานสอบสวนได้สิ้นสุดไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาไม่สามารถจะสั่งตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามให้ได้ คดีไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องทั้งสามต่อไป"

ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001091.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544