คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2545 ฉบับเต็ม

#44660
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2545 บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ เอ็มซีซี จำกัด (มหาชน โจทก์ บริษัท นรารักษ์คอมเมอร์เชี่ยล จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 175 การยื่นคำร้องขอถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175วรรคสอง มิได้ระบุให้โจทก์ต้องแสดงเหตุผลในการถอนฟ้องให้จำเลยทราบแต่อย่างใดเพียงแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ศาลอนุญาตโดยมิได้ฟังจำเลยก่อนเท่านั้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจะทำให้ตนเสียเปรียบในการต่อสู้คดีนั้น ก็ปรากฏว่าคดียังไม่มีการนำพยานทั้งของโจทก์และจำเลยเข้าสืบ ฉะนั้น หากจำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ขอถอนฟ้องก็มิได้ทำให้โจทก์ได้เปรียบหรือทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดีแต่อย่างใด จึงเห็นควรอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากไม่สามารถคืนได้ให้ร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 317,000 บาท และร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จำนวน48,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 4,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และโจทก์ไม่ได้เสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ในระหว่างพิจารณา วันที่ 30 กันยายน 2541 โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนคำฟ้องจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2ซึ่งคัดค้านศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2542 โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนคำฟ้องจำเลยที่ 2 โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ได้โอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บริษัทบางกอกแคปปิตอล-เวนเจอส์ จำกัด เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2541 จำเลยที่ 2 แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันดังกล่าวอนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องจำเลยที่ 2 และให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าสมควรอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 หรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาสรุปความได้ว่า คำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ไม่มีเหตุผลโดยชอบและการถอนฟ้องทำให้จำเลยที่ 2 เสียเปรียบเนื่องจากจำเลยที่ 2ให้การต่อสู้ว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยมิชอบไม่มีผลทำให้สัญญาเช่าซื้อเลิกกันโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่โจทก์ขอถอนฟ้องก็เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวแล้วนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ 2 ใหม่นั้น เห็นว่า การยื่นคำร้องขอถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคสอง มิได้ระบุให้โจทก์ต้องแสดงเหตุผลในการถอนฟ้องให้จำเลยที่ 2 ทราบแต่อย่างใด เพียงแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ศาลอนุญาต โดยมิได้ฟังจำเลยที่ 2 ก่อนเท่านั้น ส่วนที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าถ้าศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จะเสียเปรียบในการต่อสู้คดีนั้น เนื่องจากคดีนี้ยังไม่มีการนำพยานทั้งของโจทก์และจำเลยที่ 2 เข้าสืบและเมื่อพิเคราะห์ถึงเหตุที่จำเลยที่ 2 ยกขึ้นอ้างว่าทำให้จำเลยที่ 2 เสียเปรียบแล้ว เห็นว่า หากจำเลยที่ 2 มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ขอถอนฟ้องก็มิได้ทำให้โจทก์ได้เปรียบหรือทำให้จำเลยที่ 2 เสียเปรียบในเชิงคดีแต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จึงเป็นดุลพินิจที่ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ศิริชัย สวัสดิ์มงคล-ไพศาล เจริญวุฒิ-สมชาย จุลนิติ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44660
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082056873"
    }
}
date
2545
deka_no
1020/2545
deka_running_no
1020
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ศิริชัย สวัสดิ์มงคล",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 175"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ เอ็มซีซี จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท นรารักษ์คอมเมอร์เชี่ยล จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากไม่สามารถคืนได้ให้ร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 317,000 บาท และร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จำนวน48,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 4,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และโจทก์ไม่ได้เสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ในระหว่างพิจารณา วันที่ 30 กันยายน 2541 โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนคำฟ้องจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2ซึ่งคัดค้านศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต

ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2542 โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนคำฟ้องจำเลยที่ 2 โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ได้โอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บริษัทบางกอกแคปปิตอล-เวนเจอส์ จำกัด เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2541 จำเลยที่ 2 แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันดังกล่าวอนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องจำเลยที่ 2 และให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าสมควรอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 หรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาสรุปความได้ว่า คำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ไม่มีเหตุผลโดยชอบและการถอนฟ้องทำให้จำเลยที่ 2 เสียเปรียบเนื่องจากจำเลยที่ 2ให้การต่อสู้ว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยมิชอบไม่มีผลทำให้สัญญาเช่าซื้อเลิกกันโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่โจทก์ขอถอนฟ้องก็เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวแล้วนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ 2 ใหม่นั้น เห็นว่า การยื่นคำร้องขอถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคสอง มิได้ระบุให้โจทก์ต้องแสดงเหตุผลในการถอนฟ้องให้จำเลยที่ 2 ทราบแต่อย่างใด เพียงแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ศาลอนุญาต โดยมิได้ฟังจำเลยที่ 2 ก่อนเท่านั้น ส่วนที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าถ้าศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จะเสียเปรียบในการต่อสู้คดีนั้น เนื่องจากคดีนี้ยังไม่มีการนำพยานทั้งของโจทก์และจำเลยที่ 2 เข้าสืบและเมื่อพิเคราะห์ถึงเหตุที่จำเลยที่ 2 ยกขึ้นอ้างว่าทำให้จำเลยที่ 2 เสียเปรียบแล้ว เห็นว่า หากจำเลยที่ 2 มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ขอถอนฟ้องก็มิได้ทำให้โจทก์ได้เปรียบหรือทำให้จำเลยที่ 2 เสียเปรียบในเชิงคดีแต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จึงเป็นดุลพินิจที่ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001044.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545