คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1585/2545 ฉบับเต็ม

#44669
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1585/2545 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ เด็กชาย จำเลย ป.อ. มาตรา 29 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 58, มาตรา 107 จำเลยเป็นผู้เยาว์มีถิ่นที่อยู่ปกติที่จังหวัดกำแพงเพชรไปกระทำความผิดในเขตจังหวัดลพบุรี เมื่อไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวทั้งในท้องที่ที่จำเลยมีถิ่นที่อยู่และท้องที่ที่จำเลยกระทำความผิด จึงไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 58(3) และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว ย่อมจะนำวิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนตามมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534ซึ่งห้ามศาลกักขังแทนค่าปรับโดยให้ส่งไปฝึกอบรมแทนมาใช้บังคับไม่ได้ จึงพิพากษาให้กักขังจำเลยแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ละเมิดสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทดนตรีกรรมสิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุของบริษัทโฟร์เอส สตูดิโอ จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 บริษัท อาร์. เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด ผู้เสียหายที่ 2 บริษัทรถไฟดนตรี (1995) จำกัด ผู้เสียหายที่ 3 และบริษัท กระบือ แอนด์ โค จำกัด ผู้เสียหายที่ 4 โดยการนำแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงเพลงทั้งทำนองและคำร้องซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสี่ รวมจำนวน 39 แผ่น ออกขายและเสนอขายแก่บุคคลทั่วไป อันเป็นการกระทำเพื่อแสวงหากำไรทางการค้าโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าซีดีเพลงดังกล่าวเป็นงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสี่และไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายทั้งสี่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 6, 15, 31, 70, 75 และ 76 ให้แผ่นซีดีของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31, 70 วรรคสอง (ที่ถูกเป็นมาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31(1)) ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าจำเลยอายุกว่า 14 ปี แต่ไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ให้ปรับ 60,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 30,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ของกลางให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ปัญหานี้ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า จำเลยมีถิ่นที่อยู่ปกติที่จังหวัดกำแพงเพชรตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารท้ายคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวลงวันที่ 10 เมษายน 2543 และในท้องที่ที่จำเลยกระทำความผิดอยู่ในเขตอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวในท้องที่ที่จำเลยมีถิ่นที่อยู่ตามปกติและท้องที่ที่จำเลยกระทำความผิดดังกล่าว ดังนั้นคดีนี้จึงไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534มาตรา 58(3) และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว จึงไม่อาจนำวิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนตามมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 ซึ่งห้ามศาลกักขังแทนค่าปรับโดยให้ส่งไปฝึกอบรมแทนมาใช้บังคับแก่คดีนี้ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วปรับ 25,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่ง คงปรับ 12,500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (ยงยศ นิสภัครกุล-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-พินิจ เพชรรุ่ง) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ กรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลย มีวิธีบังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 อยู่ 2 วิธีคือ ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ กับกักขังแทนค่าปรับ แต่กรณีที่เยาวชนเป็นจำเลยและเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวซึ่งต้องใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 บังคับนั้น มาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวห้ามมิให้กักขังแทนค่าปรับ แต่ให้สั่งตัวไปฝึกอบรมแทน สำหรับคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จึงไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติดังกล่าวแม้จำเลยจะเป็นเยาวชนก็ตามศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงพิพากษาให้กักขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ได้ ผลเป็นว่าความคุ้มครองเยาวชนมีข้อแตกต่างไม่เท่าเทียมกันเพียงเพราะเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลต่างกันเท่านั้นซึ่งคงจะต้องหาทางแก้ไขต่อไป อย่างไรก็ตามจำเลยคดีนี้อายุกว่า 14 ปี แต่ไม่เกิน 17 ปี ซึ่งต้องบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงอาจใช้ดุลพินิจในทางไม่ลงโทษโดยจัดการตามมาตรา 74(5) ให้ส่งตัวไปฝึกอบรมก็ได้ อันจะเป็นผลดีแก่เยาวชนยิ่งกว่าการลงโทษปรับและให้กักขังแทนค่าปรับย่อมแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้ทางหนึ่ง ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44669
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055957"
    }
}
date
2545
deka_no
1585/2545
deka_running_no
1585
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ยงยศ นิสภัครกุล",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "พินิจ เพชรรุ่ง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 29"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 58",
            "ม. 107"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เด็กชาย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ละเมิดสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทดนตรีกรรมสิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุของบริษัทโฟร์เอส สตูดิโอ จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 บริษัท อาร์. เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด ผู้เสียหายที่ 2 บริษัทรถไฟดนตรี (1995) จำกัด ผู้เสียหายที่ 3 และบริษัท กระบือ แอนด์ โค จำกัด ผู้เสียหายที่ 4 โดยการนำแผ่นซีดีที่บันทึกเสียงเพลงทั้งทำนองและคำร้องซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสี่ รวมจำนวน 39 แผ่น ออกขายและเสนอขายแก่บุคคลทั่วไป อันเป็นการกระทำเพื่อแสวงหากำไรทางการค้าโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าซีดีเพลงดังกล่าวเป็นงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสี่และไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายทั้งสี่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 6, 15, 31, 70, 75 และ 76 ให้แผ่นซีดีของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31, 70 วรรคสอง (ที่ถูกเป็นมาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31(1)) ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าจำเลยอายุกว่า 14 ปี แต่ไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ให้ปรับ 60,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 30,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ของกลางให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ปัญหานี้ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า จำเลยมีถิ่นที่อยู่ปกติที่จังหวัดกำแพงเพชรตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารท้ายคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวลงวันที่ 10 เมษายน 2543 และในท้องที่ที่จำเลยกระทำความผิดอยู่ในเขตอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวในท้องที่ที่จำเลยมีถิ่นที่อยู่ตามปกติและท้องที่ที่จำเลยกระทำความผิดดังกล่าว ดังนั้นคดีนี้จึงไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534มาตรา 58(3) และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว จึงไม่อาจนำวิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนตามมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 ซึ่งห้ามศาลกักขังแทนค่าปรับโดยให้ส่งไปฝึกอบรมแทนมาใช้บังคับแก่คดีนี้ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วปรับ 25,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่ง คงปรับ 12,500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
กรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลย มีวิธีบังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 อยู่ 2 วิธีคือ ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ กับกักขังแทนค่าปรับ แต่กรณีที่เยาวชนเป็นจำเลยและเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวซึ่งต้องใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 บังคับนั้น มาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวห้ามมิให้กักขังแทนค่าปรับ แต่ให้สั่งตัวไปฝึกอบรมแทน สำหรับคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จึงไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติดังกล่าวแม้จำเลยจะเป็นเยาวชนก็ตามศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงพิพากษาให้กักขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ได้ ผลเป็นว่าความคุ้มครองเยาวชนมีข้อแตกต่างไม่เท่าเทียมกันเพียงเพราะเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลต่างกันเท่านั้นซึ่งคงจะต้องหาทางแก้ไขต่อไป อย่างไรก็ตามจำเลยคดีนี้อายุกว่า 14 ปี แต่ไม่เกิน 17 ปี ซึ่งต้องบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงอาจใช้ดุลพินิจในทางไม่ลงโทษโดยจัดการตามมาตรา 74(5) ให้ส่งตัวไปฝึกอบรมก็ได้ อันจะเป็นผลดีแก่เยาวชนยิ่งกว่าการลงโทษปรับและให้กักขังแทนค่าปรับย่อมแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้ทางหนึ่ง ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001036.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545