คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2545 ฉบับเต็ม

#44687
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2545 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นาย ณัฐพงษ์ หรือหนุ่ม พุ่มผกา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158, มาตรา 192 โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยชิงทรัพย์ผู้เสียหายโดยมีอาวุธมีดและเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 ทั้งวรรคสองและวรรคสาม โจทก์ไม่จำต้องระบุวรรคของบทมาตราที่ขอให้ลงโทษมาในคำขอท้ายฟ้องด้วย เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(6) มิได้บังคับไว้เช่นนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม ตรงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องศาลก็ชอบที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยตามนั้นได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2543 เวลากลางวัน จำเลยลักเอาสร้อยคอทองคำ 1 เส้น ราคา 6,000 บาท ของนางกุมารี หวังแจ่ม ผู้เสียหายไปโดยใช้มีดปลายแหลม 1 เล่ม เป็นอาวุธจี้ขู่เข็ญและแทงผู้เสียหายที่บริเวณไหล่ขวาและชกถูกที่บริเวณใบหน้าของผู้เสียหายหลายครั้ง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ ปกปิดการกระทำความผิดนั้นหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน6,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสาม จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 5 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมาเพียงข้อเดียวซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยจำเลยฎีกาว่า คำขอท้ายฟ้องมิได้ระบุว่าประสงค์จะให้ศาลลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคใด ต้องสันนิษฐานในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยคือ ควรลงโทษตามวรรคแรก กำหนดโทษของจำเลยคือจำคุก 5 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 2 ปี 6 เดือน การลงโทษตามมาตรา 339 วรรคสาม เป็นการพิพากษาเกินคำขอในปัญหาตามฎีกาของจำเลยดังกล่าว เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่าจำเลยชิงทรัพย์ผู้เสียหายโดยมีอาวุธมีดและเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ทั้งวรรคสองและวรรคสาม โจทก์ไม่จำต้องระบุวรรคของบทมาตราที่ขอให้ลงโทษมาในคำขอท้ายฟ้องด้วย เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) มิได้บังคับไว้เช่นนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสาม ตรงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องศาลก็ชอบที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยตามนั้น มิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-กำพล ภู่สุดแสวง-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44687
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055524"
    }
}
date
2545
deka_no
1875/2545
deka_running_no
1875
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158",
            "ม. 192"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ณัฐพงษ์ หรือหนุ่ม พุ่มผกา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2543 เวลากลางวัน จำเลยลักเอาสร้อยคอทองคำ 1 เส้น ราคา 6,000 บาท ของนางกุมารี หวังแจ่ม ผู้เสียหายไปโดยใช้มีดปลายแหลม 1 เล่ม เป็นอาวุธจี้ขู่เข็ญและแทงผู้เสียหายที่บริเวณไหล่ขวาและชกถูกที่บริเวณใบหน้าของผู้เสียหายหลายครั้ง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ ปกปิดการกระทำความผิดนั้นหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน6,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสาม จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 5 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมาเพียงข้อเดียวซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยจำเลยฎีกาว่า คำขอท้ายฟ้องมิได้ระบุว่าประสงค์จะให้ศาลลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคใด ต้องสันนิษฐานในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยคือ ควรลงโทษตามวรรคแรก กำหนดโทษของจำเลยคือจำคุก 5 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 2 ปี 6 เดือน การลงโทษตามมาตรา 339 วรรคสาม เป็นการพิพากษาเกินคำขอในปัญหาตามฎีกาของจำเลยดังกล่าว เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่าจำเลยชิงทรัพย์ผู้เสียหายโดยมีอาวุธมีดและเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ทั้งวรรคสองและวรรคสาม โจทก์ไม่จำต้องระบุวรรคของบทมาตราที่ขอให้ลงโทษมาในคำขอท้ายฟ้องด้วย เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) มิได้บังคับไว้เช่นนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสาม ตรงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องศาลก็ชอบที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยตามนั้น มิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001032.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545