คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885 -ที่ 1890/2545 ฉบับเต็ม

#44688
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885 - 1890/2545 นาย ศักดา สีลาจันทร์ กับพวก โจทก์ บริษัท วัชรพล จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 17, มาตรา 31, มาตรา 45 การนั่งพิจารณาคดีของศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กัน เป็นองค์คณะพิจารณา และต้องนั่งพิจารณาติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่สำคัญและจะเลื่อนครั้งหนึ่งได้ไม่เกิน7 วันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 17และมาตรา 45 วรรคสาม หากโจทก์เห็นว่าศาลแรงงานกลาง มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการพิจารณาอันเป็นการผิดระเบียบ โจทก์ต้องยื่นคำคัดค้านก่อนมีคำพิพากษาแต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันที่ทราบการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านจนกระทั่งศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้วโจทก์จะมาอุทธรณ์ในภายหลังหาชอบไม่ ต้องถือว่าการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว ___________________________ คดีทั้งหกสำนวนศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 6 โจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างจำเลย ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถส่งนักข่าว โจทก์ทั้งหกต้องขับรถในเวลาปกติระหว่างเวลา 7-15 นาฬิกาทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ หากจำเลยสั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานหลัง 15 นาฬิกาจนถึงเวลา 7 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้นก็ให้ถือว่าในวันรุ่งขึ้นระหว่างเวลา7-15 นาฬิกา เป็นวันหยุดของโจทก์ทั้งหก ในระหว่างที่ทำงานจำเลยได้สั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานล่วงเวลาคิดเป็นเงินค่าล่วงเวลาที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ทั้งหกไม่น้อยกว่า1 เท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างปกติ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างเงินสะสมและเงินโบนัสแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 86,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ที่ 1 และชำระค่าล่วงเวลากับค่าล่วงเวลาในวันหยุดแก่โจทก์ทั้งหกจำนวน 365,400 บาท 291,336.35 บาท 333,836.80 บาท 436,800 บาท345,252.16 บาท และ 368,940 บาท ตามลำดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหก จำเลยทั้งหกสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างจำเลย ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถซึ่งเป็นงานขนส่งคิดค่าล่วงเวลาไม่ได้ จำเลยไม่เคยสั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานล่วงเวลาตามฟ้อง โจทก์ทั้งหกไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในวันหยุด การทำงานของโจทก์ทั้งหกไม่เป็นการทำงานนอกเวลาปกติ โจทก์ทั้งหกจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลา สิทธิเรียกร้องให้ชำระค่าล่วงเวลาขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ในข้อ 2 ก. และ ข.ความว่า ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบางครั้งไม่มีผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างร่วมนั่งเป็นองค์คณะในการพิจารณาคดีและศาลแรงงานกลางสั่งให้เลื่อนการพิจารณาคดีแต่ละคราวเกิน 7 วันนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การนั่งพิจารณาคดีแรงงานนั้นศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กันเป็นองค์คณะพิจารณาและศาลแรงงานต้องนั่งพิจารณาคดีติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อนเว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่สำคัญและศาลแรงงานจะเลื่อนคดีครั้งหนึ่งได้ไม่เกิน 7 วันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 17 และมาตรา 45วรรคสาม ดังนั้น ถ้าโจทก์ทั้งหกเห็นว่าศาลแรงงานกลางมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการพิจารณาคดีดังที่ได้อุทธรณ์อันเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ โจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่เสียหายจะต้องยื่นคำคัดค้านก่อนมีคำพิพากษาแต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่วันที่โจทก์ทั้งหกได้ทราบการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 หากข้อเท็จจริงปรากฏตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหก โจทก์ทั้งหกในฐานะคู่ความย่อมได้ทราบเรื่องการพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลแรงงานกลางตลอดมา ซึ่งโจทก์ทั้งหกควรจะคัดค้านเสียภายใน 8 วัน ตามบทกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งหกมิได้คัดค้านจนกระทั่งศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้วโจทก์ทั้งหกจะมาอุทธรณ์โต้แย้งในภายหลังหาชอบไม่ต้องถือว่าการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหกฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ปัญญา สุทธิบดี-กมล เพียรพิทักษ์-พูนศักดิ์ จงกลนี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44688
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055523"
    }
}
date
2545
deka_no
1890/2545
deka_running_no
1890
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ปัญญา สุทธิบดี",
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 17",
            "ม. 31",
            "ม. 45"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ศักดา สีลาจันทร์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท วัชรพล จำกัด"
    }
]
long_text
คดีทั้งหกสำนวนศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 6

โจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างจำเลย ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถส่งนักข่าว โจทก์ทั้งหกต้องขับรถในเวลาปกติระหว่างเวลา 7-15 นาฬิกาทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ หากจำเลยสั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานหลัง 15 นาฬิกาจนถึงเวลา 7 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้นก็ให้ถือว่าในวันรุ่งขึ้นระหว่างเวลา7-15 นาฬิกา เป็นวันหยุดของโจทก์ทั้งหก ในระหว่างที่ทำงานจำเลยได้สั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานล่วงเวลาคิดเป็นเงินค่าล่วงเวลาที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ทั้งหกไม่น้อยกว่า1 เท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างปกติ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างเงินสะสมและเงินโบนัสแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 86,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ที่ 1 และชำระค่าล่วงเวลากับค่าล่วงเวลาในวันหยุดแก่โจทก์ทั้งหกจำนวน 365,400 บาท 291,336.35 บาท 333,836.80 บาท 436,800 บาท345,252.16 บาท และ 368,940 บาท ตามลำดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหก

จำเลยทั้งหกสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างจำเลย ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถซึ่งเป็นงานขนส่งคิดค่าล่วงเวลาไม่ได้ จำเลยไม่เคยสั่งให้โจทก์ทั้งหกทำงานล่วงเวลาตามฟ้อง โจทก์ทั้งหกไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในวันหยุด การทำงานของโจทก์ทั้งหกไม่เป็นการทำงานนอกเวลาปกติ โจทก์ทั้งหกจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลา สิทธิเรียกร้องให้ชำระค่าล่วงเวลาขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ในข้อ 2 ก. และ ข.ความว่า ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบางครั้งไม่มีผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างร่วมนั่งเป็นองค์คณะในการพิจารณาคดีและศาลแรงงานกลางสั่งให้เลื่อนการพิจารณาคดีแต่ละคราวเกิน 7 วันนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การนั่งพิจารณาคดีแรงงานนั้นศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กันเป็นองค์คณะพิจารณาและศาลแรงงานต้องนั่งพิจารณาคดีติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อนเว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่สำคัญและศาลแรงงานจะเลื่อนคดีครั้งหนึ่งได้ไม่เกิน 7 วันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 17 และมาตรา 45วรรคสาม ดังนั้น ถ้าโจทก์ทั้งหกเห็นว่าศาลแรงงานกลางมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องในการพิจารณาคดีดังที่ได้อุทธรณ์อันเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ โจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่เสียหายจะต้องยื่นคำคัดค้านก่อนมีคำพิพากษาแต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่วันที่โจทก์ทั้งหกได้ทราบการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 หากข้อเท็จจริงปรากฏตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหก โจทก์ทั้งหกในฐานะคู่ความย่อมได้ทราบเรื่องการพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลแรงงานกลางตลอดมา ซึ่งโจทก์ทั้งหกควรจะคัดค้านเสียภายใน 8 วัน ตามบทกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งหกมิได้คัดค้านจนกระทั่งศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้วโจทก์ทั้งหกจะมาอุทธรณ์โต้แย้งในภายหลังหาชอบไม่ต้องถือว่าการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหกฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001032.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885 -
year
2545