ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2098/2545
นาง สำรวย ตาคำ
โจทก์
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสกลนคร จำกัด
ผู้ร้อง
นาง อารมณ์ วะนาพรม กับพวก
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 286, มาตรา 310 ทวิ, มาตรา 311
พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 42 วรรคสอง
แม้พระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ มาตรา 42 วรรคสอง จะกำหนดว่าในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้นก็ตาม แต่เงินค่าหุ้นที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้ร้องได้ชำระให้แก่ผู้ร้องไปแล้วนั้น ถือว่าเป็นเงินทุนของผู้ร้องที่จำเลยที่ 1 ยังมีสิทธิเรียกร้องเอาคืนได้ ซึ่งตามระเบียบของผู้ร้องก็ระบุว่า จำเลยที่ 1 จะโอนหรือถอนคืนค่าหุ้นบางส่วนหรือทั้งหมดในระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกไม่ได้ สิทธิของจำเลยที่ 1 ในการถอนคืนเงินค่าหุ้นดังกล่าวจึงมีเงื่อนไข ซึ่งการชำระเงินค่าหุ้นคืนของผู้ร้องก็มีเงื่อนไขในทำนองเดียวกัน อย่างไรก็ตามเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจออกคำสั่งอายัดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ ประกอบด้วยมาตรา 311 วรรคสอง ทั้งนี้ ไม่ว่าหนี้ของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้ง ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขใดและได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่ก็ตาม ในเมื่อสิทธิเรียกร้องนั้นไม่อยู่ในข้อยกเว้นในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 แต่จะกำหนดในคำสั่งอายัดให้เป็นการฝ่าฝืนข้อจำกัดหรือเงื่อนไขแห่งหนี้นั้นหาได้ไม่ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดให้ผู้ร้องส่งเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ 1 แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อจำเลยที่ 1พ้นจากการเป็นสมาชิกของผู้ร้องแล้ว จึงหามีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องไม่ ทั้งคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดียังสอดคล้องกับเงื่อนไขแห่งหนี้ที่ผู้ร้องต้องชำระแก่จำเลยที่ 1กรณีจึงไม่เป็นคำสั่งอายัดที่ขัดต่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ มาตรา 42 วรรคสอง
___________________________
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เงินกู้จำนวน34,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 30,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 30,000 บาท นับแต่วันที่10 ตุลาคม 2540 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือถึงผู้ร้องแจ้งอายัดเงินค่าหุ้นเมื่อจำเลยที่ 1 พ้นจากสมาชิกภาพกับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนของจำเลยที่ 1 เป็นประจำทุกปี อันมีต่อผู้ร้องจำนวน 40,097.60 บาท โดยให้ส่งเงินดังกล่าวไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เงินปันผลและเงินดอกเบี้ยเฉลี่ยคืนของจำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าใดเพราะผู้ร้องยังมิได้จัดให้มีการประชุมจัดสรรกำไร เมื่อมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีและมีการรับรองงบดุลจัดสรรกำไรแล้ว ผู้ร้องจะนำส่งเงินดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ส่วนเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ 1 นั้นตามพระราชบัญญัติสหกรณ์พ.ศ. 2542 มาตรา 42 วรรคสองบัญญัติว่า ในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้น ปัจจุบันจำเลยที่ 1 ยังคงเป็นสมาชิกของผู้ร้องอยู่ เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิอายัดเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ 1เพราะกฎหมายห้ามการอายัดเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือแจ้งอายัดดังกล่าวจึงเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องที่มิชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งอายัดเงินค่าหุ้นของเจ้าพนักงานบังคับคดีเสีย
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินจากโจทก์ก่อนวันพระราชบัญญัติสหกรณ์พ.ศ. 2542 จะใช้บังคับ จึงมิอาจใช้บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวย้อนหลังได้ที่กฎหมายบัญญัติว่าห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของสมาชิกของผู้ร้องนั้นมิได้บัญญัติโดยชัดแจ้งว่า เจ้าหนี้ดังกล่าวจะต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ธรรมดา ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ผู้ร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ให้ผู้ร้องส่งเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ 1 แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อจำเลยที่ 1 พ้นจากการเป็นสมาชิกของผู้ร้องแล้ว โดยผู้ร้องฎีกาว่า ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542มาตรา 42 วรรคสองบัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของสมาชิกในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลงนั้น เห็นว่า แม้พระราชบัญญัติสหกรณ์พ.ศ. 2542 มาตรา 42 วรรคสอง จะบัญญัติว่า ในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้นก็ตาม โดยเงินค่าหุ้นที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเป็นสมาชิกของผู้ร้องได้ชำระให้แก่ผู้ร้องไปแล้วนั้น ถือว่าเป็นเงินทุนของผู้ร้อง แต่จำเลยที่ 1 ก็ยังมีสิทธิเรียกร้องเอาคืนได้ ซึ่งตามระเบียบของผู้ร้องเอกสารหมาย จ.4 ข้อ 8 กำหนดว่าจำเลยที่ 1 จะโอนหรือถอนคืนค่าหุ้นแม้แต่บางส่วนหรือทั้งหมดในระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกไม่ได้ โดยข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการป้องกันมิให้มีผลกระทบต่อเงินทุนในการดำเนินกิจการของผู้ร้อง สิทธิของจำเลยที่ 1 ที่จะถอนคืนเงินค่าหุ้นที่ชำระแล้วดังกล่าวจึงมีเงื่อนไข ซึ่งการชำระเงินค่าหุ้นคืนของผู้ร้องก็มีเงื่อนไขในทำนองเดียวกันแต่เพื่อเป็นการป้องกันสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไว้มิให้เสียหาย เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีอำนาจออกคำสั่งอายัดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 310 ทวิ ประกอบด้วย มาตรา 311 วรรคสอง ไม่ว่าหนี้ของบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขหรือว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่ในเมื่อสิทธิเรียกร้องนั้นไม่อยู่ในข้อยกเว้นในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 แต่จะกำหนดในคำสั่งอายัดให้เป็นการฝ่าฝืนข้อจำกัดหรือเงื่อนไขแห่งหนี้นั้นหาได้ไม่ เพราะอาจมีผลกระทบต่อสิทธิของลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องเป็นบุคคลภายนอกได้ การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดให้ผู้ร้องส่งเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ 1 แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อจำเลยที่ 1 พ้นจากการเป็นสมาชิกของผู้ร้องแล้ว หาทำให้มีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่เนื่องจากเงินค่าหุ้นของจำเลยที่ 1 ยังคงอยู่เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการของผู้ร้องต่อไปอีกจนกว่าจำเลยที่ 1 จะมิได้เป็นสมาชิกของผู้ร้องอีกต่อไป ทั้งคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวยังสอดคล้องกับเงื่อนไขแห่งหนี้ที่ผู้ร้องต้องชำระแก่จำเลยที่ 1 และหาเป็นคำสั่งอายัดที่ขัดต่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 42วรรคสอง ตามที่ผู้ร้องฎีกาไม่ จึงไม่มีเหตุที่จะต้องเพิกถอนคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
(ชวลิต ตุลยสิงห์-ดวงมาลย์ ศิลปอาชา-สมชาย จุลนิติ์)
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ