คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2376/2545 ฉบับเต็ม

#44720
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2376/2545 บริษัท ห้าแยกแสควร์ จำกัด โจทก์ นาง แถม พรหมลัทธิฯ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1599 ป.วิ.พ. มาตรา 42 จำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599,1600เพื่อให้การบังคับเสร็จสิ้นไปเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 และ 44 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่ดิน ส่วนที่เป็นอาคารจำนวน 6 คูหา เนื้อที่ 25 คูณ 14 เมตร ตามสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่สามารถส่งมอบให้ได้ ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 20,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยรื้อถอนเพิงที่จำเลยปลูกสร้างขึ้นเพื่อจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มออกไปจากที่ดินพิพาทกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก ระหว่างบังคับคดีจำเลยถึงแก่ความตาย นายตะวัน พรหมลิทธิ นายประหลาดพรหมลิทธิ และนายพงศ์กวี พรหมลัทธิ ผู้จัดการมรดกของจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมานางแก้วตา อุทยานสิงห์หรือพรหมลิทธิ ผู้จัดการมรดกของจำเลยอีกคนหนึ่งยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลย และยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งว่าระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น ฝ่ายโจทก์นำพยานเข้าเบิกความ 2 ปาก ฝ่ายจำเลยโดยทนายจำเลยแถลงต่อศาลเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 ว่า ไม่ติดใจสืบพยานซึ่งกระบวนพิจารณาดังกล่าวเป็นการร่วมกันสมคบฉ้อฉลโดยเจตนาทุจริตระหว่างโจทก์กับทนายจำเลยเพื่อให้คดีเสร็จไปโดยเร็ว เป็นผลให้ศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีตามฟ้อง ทำให้คดีของจำเลยเสียหาย โดยไม่มีการแจ้งผลแห่งคดีและปล่อยให้คดีพ้นเวลาอุทธรณ์กระบวนพิจารณาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 จึงผิดระเบียบทำให้คำพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ไต่สวนคำร้องและเพิกถอนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบทั้งหมด โจทก์ไม่ค้านที่นางแก้วตาผู้ร้องที่ 4 ขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลย แต่คัดค้านที่ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องที่ 4 ยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนด 8 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา และตามคำร้องไม่ปรากฏว่ากระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ผู้ร้องที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ผู้ร้องที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 30 ธันวาคม 2539 โจทก์และจำเลยไม่อุทธรณ์คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาระหว่างโจทก์ดำเนินการบังคับคดีจำเลยได้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2541ด้วยโรคชรา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องที่ 4 มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 โดยอ้างว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วและจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599, 1600 เพื่อให้การบังคับคดีเสร็จสิ้นไปเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น เมื่อจำเลยเป็นผู้ดำเนินคดีโดยแต่งตั้งทนายความต่อสู้คดีมาแต่ต้น จนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาและคดีถึงที่สุดแล้วเช่นนี้ ผู้ร้องที่ 4 จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวที่อ้างว่าผิดระเบียบได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องที่ 4 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุมิตร สุภาดุลย์-เดิมพัน จรรยามั่น-สมชัย เกษชุมพล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44720
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054856"
    }
}
date
2545
deka_no
2376/2545
deka_running_no
2376
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุมิตร สุภาดุลย์",
    "เดิมพัน จรรยามั่น",
    "สมชัย เกษชุมพล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1599"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ห้าแยกแสควร์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง แถม พรหมลัทธิฯ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่ดิน ส่วนที่เป็นอาคารจำนวน 6 คูหา เนื้อที่ 25 คูณ 14 เมตร ตามสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่สามารถส่งมอบให้ได้ ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 20,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยรื้อถอนเพิงที่จำเลยปลูกสร้างขึ้นเพื่อจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มออกไปจากที่ดินพิพาทกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก

ระหว่างบังคับคดีจำเลยถึงแก่ความตาย นายตะวัน พรหมลิทธิ นายประหลาดพรหมลิทธิ และนายพงศ์กวี พรหมลัทธิ ผู้จัดการมรดกของจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ต่อมานางแก้วตา อุทยานสิงห์หรือพรหมลิทธิ ผู้จัดการมรดกของจำเลยอีกคนหนึ่งยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลย และยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งว่าระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น ฝ่ายโจทก์นำพยานเข้าเบิกความ 2 ปาก ฝ่ายจำเลยโดยทนายจำเลยแถลงต่อศาลเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 ว่า ไม่ติดใจสืบพยานซึ่งกระบวนพิจารณาดังกล่าวเป็นการร่วมกันสมคบฉ้อฉลโดยเจตนาทุจริตระหว่างโจทก์กับทนายจำเลยเพื่อให้คดีเสร็จไปโดยเร็ว เป็นผลให้ศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีตามฟ้อง ทำให้คดีของจำเลยเสียหาย โดยไม่มีการแจ้งผลแห่งคดีและปล่อยให้คดีพ้นเวลาอุทธรณ์กระบวนพิจารณาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 จึงผิดระเบียบทำให้คำพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ไต่สวนคำร้องและเพิกถอนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบทั้งหมด

โจทก์ไม่ค้านที่นางแก้วตาผู้ร้องที่ 4 ขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลย แต่คัดค้านที่ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องที่ 4 ยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนด 8 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา และตามคำร้องไม่ปรากฏว่ากระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

ผู้ร้องที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

ผู้ร้องที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 30 ธันวาคม 2539 โจทก์และจำเลยไม่อุทธรณ์คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาระหว่างโจทก์ดำเนินการบังคับคดีจำเลยได้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2541ด้วยโรคชรา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องที่ 4 มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 โดยอ้างว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วและจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599, 1600 เพื่อให้การบังคับคดีเสร็จสิ้นไปเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น เมื่อจำเลยเป็นผู้ดำเนินคดีโดยแต่งตั้งทนายความต่อสู้คดีมาแต่ต้น จนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาและคดีถึงที่สุดแล้วเช่นนี้ ผู้ร้องที่ 4 จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวที่อ้างว่าผิดระเบียบได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องที่ 4 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001026.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545