คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823/2545 ฉบับเต็ม

#44747
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823/2545 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นาย มินันต์ สองสัญ จำเลย ป.อ. มาตรา 362, มาตรา 364, มาตรา 365 การที่จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและในทันใดนั้นผู้เสียหายเห็นจำเลยพอดีจำเลยก็วิ่งหนีออกไป ไม่ถือว่าเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362แต่เป็นความผิดฐานเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรในเวลากลางคืนตามมาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของนางสิทธิ์ ชูประสิทธิ์ผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ตัวจำเลยมาทำการสอบสวน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365(3) ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...การที่จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและในทันใดนั้นผู้เสียหายเห็นจำเลยพอดี จำเลยก็วิ่งหนีออกไป จะถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุขยังไม่ได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นเพียงเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรในเวลากลางคืนตามมาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 362 ด้วย ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อย่างไรก็ดีตามพฤติการณ์แห่งคดี เมื่อจำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและผู้เสียหายเห็นจำเลย จำเลยก็กลับออกไปแต่โดยดี ไม่ได้ทำร้ายผู้เสียหายหรือบุตรสาวของผู้เสียหาย ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยเพื่อให้โอกาสจำเลยประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อไป แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำ สมควรลงโทษปรับด้วย และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้" พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 โดยให้ยกฟ้องในความผิดฐานนี้ จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364 ให้ปรับจำเลย 8,000 บาทอีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ทั้งนี้ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งภายในกำหนด 1 ปีให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 20 ชั่วโมง ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 (สบโชค สุขารมณ์-สุชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44747
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054202"
    }
}
date
2545
deka_no
2823/2545
deka_running_no
2823
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "สุชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 362",
            "ม. 364",
            "ม. 365"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดตรัง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย มินันต์ สองสัญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของนางสิทธิ์ ชูประสิทธิ์ผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ตัวจำเลยมาทำการสอบสวน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365(3) ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...การที่จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและในทันใดนั้นผู้เสียหายเห็นจำเลยพอดี จำเลยก็วิ่งหนีออกไป จะถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุขยังไม่ได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นเพียงเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรในเวลากลางคืนตามมาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 362 ด้วย ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อย่างไรก็ดีตามพฤติการณ์แห่งคดี เมื่อจำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและผู้เสียหายเห็นจำเลย จำเลยก็กลับออกไปแต่โดยดี ไม่ได้ทำร้ายผู้เสียหายหรือบุตรสาวของผู้เสียหาย ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยเพื่อให้โอกาสจำเลยประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อไป แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำ สมควรลงโทษปรับด้วย และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้"

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 โดยให้ยกฟ้องในความผิดฐานนี้ จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 364 ให้ปรับจำเลย 8,000 บาทอีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ทั้งนี้ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งภายในกำหนด 1 ปีให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 20 ชั่วโมง ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001020.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545