คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3123/2545 ฉบับเต็ม

#44765
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3123/2545 ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย สุชาติ ลีลวณิช จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 196, มาตรา 199 จัตวา คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยบรรยายแต่เหตุที่จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ และมีเฉพาะข้อความในช่วงท้ายเท่านั้นที่ระบุว่า หากจำเลยต่อสู้คดีเชื่อว่ายอดหนี้ที่กล่าวในคำบังคับต้องลดน้อยลงอย่างแน่นอน เพราะหากตรวจสอบอย่างดีแล้วจะพบดอกเบี้ยที่โจทก์คิดคำนวณไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้อ้างหรือแสดงเหตุโดยละเอียดชัดแจ้งว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องในส่วนใด อย่างไรที่จะแสดงให้เห็นว่าศาลได้พิจารณาคดีใหม่จำเลยอาจเป็นฝ่ายชนะคดี คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 199 จัตวา วรรคสอง ศาลชั้นต้นให้ดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อยุ่งยาก ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 196 วรรคสอง(3) ได้บัญญัติไว้ว่าจำเลยได้รับหมายเรียกของศาลแล้วไม่มาศาลตามกำหนดนัด ให้ศาลมีคำสั่งโดยไม่ชักช้าว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วให้ศาลพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว อันเป็นวิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้นที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วว่าให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาในกรณีที่จำเลยไม่มาศาล กระบวนพิจารณาต่อจากนั้น จึงจะใช้ดุลพินิจให้โจทก์ส่งเอกสารแทนการสืบพยานตามมาตรา 198 ทวิ วรรคสาม(1) โดยอาศัยมาตรา 204 และมาตรา 206 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลมได้ ดังนั้น การที่จำเลยไม่มาศาลและศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และให้โจทก์ส่งเอกสารแทนการสืบพยานตามมาตรา 198 ทวิ วรรคสาม(1) ไปเลย โดยไม่ได้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาจึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยจำนวน1,922,334.97 บาท และบังคับจำนองศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฟ้องเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแต่เป็นคดีที่โจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินจำนวนแน่นอน ศาลชั้นต้นจึงให้โจทก์ส่งเอกสารแทนการสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 198 ทวิ วรรคสาม(1) และพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยยื่นคำร้องให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่า จำเลยไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ตามฟ้องเป็นเวลานานแล้ว จึงไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง จำเลยไม่มีเจตนาหรือจงใจที่จะไม่ยื่นคำให้การ หากจำเลยต่อสู้คดีแล้วเชื่อว่า ยอดหนี้ที่กล่าวในคำบังคับต้องลดน้อยลงอย่างแน่นอนเพราะดอกเบี้ยที่โจทก์คำนวณไว้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คำขอให้พิจารณาคดีใหม่มิได้แสดงเหตุคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล เป็นคำร้องไม่ชอบและมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าคำขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่า มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง บัญญัติว่า คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ให้กล่าวโดยชัดแจ้ง ซึ่งเหตุที่จำเลยได้ขาดนัดยื่นคำให้การและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่แสดงให้เห็นว่าหากศาลได้พิจารณาคดีใหม่ตนอาจเป็นฝ่ายชนะคดี ฯลฯ แต่ปรากฏว่าตามคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยเป็นเพียงการบรรยายเหตุที่จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การคงมีเฉพาะข้อความในช่วงท้ายเท่านั้นที่ระบุว่า หากจำเลยต่อสู้คดีเชื่อว่ายอดหนี้ที่กล่าวในคำบังคับต้องลดน้อยลงอย่างแน่นอน เพราะหากตรวจสอบอย่างดีแล้วจะพบดอกเบี้ยที่โจทก์คิดคำนวณไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ จะเห็นได้ว่าคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยไม่ได้อ้างหรือแสดงเหตุโดยละเอียดชัดแจ้งว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องในส่วนใด อย่างไร ที่จะแสดงให้เห็นว่าศาลได้พิจารณาคดีใหม่จำเลยอาจเป็นฝ่ายชนะคดี คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม คดีนี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นให้ดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อยุ่งยาก ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 196 วรรคสอง(3) ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยได้รับหมายเรียกของศาลแล้วไม่มาศาลตามกำหนดนัด ให้ศาลมีคำสั่งโดยไม่ชักช้าว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วให้ศาลพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว ฯลฯ อันเป็นวิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้นที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะสำหรับคดีไม่มีข้อยุ่งยากแล้วว่าให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาในกรณีที่จำเลยไม่มาศาล กระบวนพิจารณาต่อจากนั้นมาจึงจะใช้ดุลพินิจให้โจทก์ส่งเอกสารแทนการสืบพยาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม(1) โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 204 และมาตรา 206 วรรคสอง มาใช้บังคับแก่คดีโดยอนุโลมได้ ดังนั้น การที่จำเลยไม่มาศาล และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และให้โจทก์ส่งเอกสารแทนการสืบพยาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม(1) ไปเลย โดยไม่ได้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเสียใหม่ให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(2) ประกอบมาตรา 247" พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แล้วมีคำพิพากษาตามรูปคดี (ทวีวัฒน์ แดงทองดี-พินิจ เพชรรุ่ง-โนรี จันทร์ทร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ กรณีที่จำเลยไม่มาศาลตามกำหนดนัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 196 วรรคสอง(3) บังคับให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อน แล้วจึงพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวโดยอาศัยมาตรา 204 และมาตรา 206 วรรคสอง ที่โยงไปใช้มาตรา 198 ทวิ ซึ่งเป็นเรื่องจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ถ้าศาลไม่มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาก็ไม่เกิดผลที่จะให้ดำเนินตามขั้นตอนดังกล่าวต่อไปได้ แม้บทบัญญัติว่าด้วยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การที่แก้ไขใหม่ในมาตรา 198 จะไม่ได้บัญญัติว่าศาลต้องมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การไว้ด้วยก็ตาม จึงเป็นข้อที่พึงระมัดระวังไม่ให้เกิดการผิดหลงได้ ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44765
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053726"
    }
}
date
2545
deka_no
3123/2545
deka_running_no
3123
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 196",
            "ม. 199 จัตวา"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สุชาติ ลีลวณิช"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยจำนวน1,922,334.97 บาท และบังคับจำนองศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฟ้องเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแต่เป็นคดีที่โจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินจำนวนแน่นอน ศาลชั้นต้นจึงให้โจทก์ส่งเอกสารแทนการสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 198 ทวิ วรรคสาม(1) และพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่า จำเลยไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ตามฟ้องเป็นเวลานานแล้ว จึงไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง จำเลยไม่มีเจตนาหรือจงใจที่จะไม่ยื่นคำให้การ หากจำเลยต่อสู้คดีแล้วเชื่อว่า ยอดหนี้ที่กล่าวในคำบังคับต้องลดน้อยลงอย่างแน่นอนเพราะดอกเบี้ยที่โจทก์คำนวณไว้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คำขอให้พิจารณาคดีใหม่มิได้แสดงเหตุคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล เป็นคำร้องไม่ชอบและมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าคำขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่า มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง บัญญัติว่า คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ให้กล่าวโดยชัดแจ้ง ซึ่งเหตุที่จำเลยได้ขาดนัดยื่นคำให้การและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่แสดงให้เห็นว่าหากศาลได้พิจารณาคดีใหม่ตนอาจเป็นฝ่ายชนะคดี ฯลฯ แต่ปรากฏว่าตามคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยเป็นเพียงการบรรยายเหตุที่จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การคงมีเฉพาะข้อความในช่วงท้ายเท่านั้นที่ระบุว่า หากจำเลยต่อสู้คดีเชื่อว่ายอดหนี้ที่กล่าวในคำบังคับต้องลดน้อยลงอย่างแน่นอน เพราะหากตรวจสอบอย่างดีแล้วจะพบดอกเบี้ยที่โจทก์คิดคำนวณไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ จะเห็นได้ว่าคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยไม่ได้อ้างหรือแสดงเหตุโดยละเอียดชัดแจ้งว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องในส่วนใด อย่างไร ที่จะแสดงให้เห็นว่าศาลได้พิจารณาคดีใหม่จำเลยอาจเป็นฝ่ายชนะคดี คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นให้ดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อยุ่งยาก ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 196 วรรคสอง(3) ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยได้รับหมายเรียกของศาลแล้วไม่มาศาลตามกำหนดนัด ให้ศาลมีคำสั่งโดยไม่ชักช้าว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วให้ศาลพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว ฯลฯ อันเป็นวิธีพิจารณาวิสามัญในศาลชั้นต้นที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะสำหรับคดีไม่มีข้อยุ่งยากแล้วว่าให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาในกรณีที่จำเลยไม่มาศาล กระบวนพิจารณาต่อจากนั้นมาจึงจะใช้ดุลพินิจให้โจทก์ส่งเอกสารแทนการสืบพยาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม(1) โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 204 และมาตรา 206 วรรคสอง มาใช้บังคับแก่คดีโดยอนุโลมได้ ดังนั้น การที่จำเลยไม่มาศาล และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และให้โจทก์ส่งเอกสารแทนการสืบพยาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม(1) ไปเลย โดยไม่ได้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเสียใหม่ให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(2) ประกอบมาตรา 247"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แล้วมีคำพิพากษาตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
กรณีที่จำเลยไม่มาศาลตามกำหนดนัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 196 วรรคสอง(3) บังคับให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อน แล้วจึงพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวโดยอาศัยมาตรา 204 และมาตรา 206 วรรคสอง ที่โยงไปใช้มาตรา 198 ทวิ ซึ่งเป็นเรื่องจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ถ้าศาลไม่มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาก็ไม่เกิดผลที่จะให้ดำเนินตามขั้นตอนดังกล่าวต่อไปได้ แม้บทบัญญัติว่าด้วยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การที่แก้ไขใหม่ในมาตรา 198 จะไม่ได้บัญญัติว่าศาลต้องมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การไว้ด้วยก็ตาม จึงเป็นข้อที่พึงระมัดระวังไม่ให้เกิดการผิดหลงได้ ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001016.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545