คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3257/2545 ฉบับเต็ม

#44779
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3257/2545 บริษัท สแกนดิเนเวียลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน โจทก์ นาง นารี แตงไทย กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 248 คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง แม้ฎีกาของจำเลยจะไม่ใช่ฎีกาในเนื้อหาแห่งคดี เป็นฎีกาคัดค้านเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาลล่างทั้งสองที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงก็ต้องตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 248 เช่นเดียวกัน ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 112,533.33 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 12,533.33 บาท นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2541 ซึ่งเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายเวลาอุทธรณ์ 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลาอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 ต่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในกำหนดระยะเวลาที่ขยาย จึงไม่รับอุทธรณ์ และในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ศาลชั้นต้นอนุญาตและจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์อีก 3 ครั้ง ในครั้งที่ 3 ศาลชั้นต้นเห็นว่าศาลได้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายเวลาชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 2 ครั้ง แล้วครั้งที่ 3 จำเลยที่ 2 คงอ้างเหตุเหมือน 2 ครั้งแรกว่า เพราะจำเลยที่ 2 ไปต่างจังหวัดยังไม่กลับมาจึงนำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระไม่ทันอนุญาตเป็นครั้งสุดท้ายให้ขยายเวลาถึงวันที่ 13 เมษายน 2542 ต่อมาจำเลยที่ 2 กลับยื่นคำร้องขอขยายเวลาชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 4 อ้างเหตุเดิมอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้ให้เวลามากพอที่จำเลยที่ 2 จะหาเงินค่าธรรมเนียมศาลมาวางศาลได้จึงไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอีก ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง แม้ฎีกาของจำเลยที่ 2 จะไม่ใช่ฎีกาในเนื้อหาแห่งคดี เป็นฎีกาคัดค้านเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาลล่างทั้งสองที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงก็ตามก็ต้องตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 248 ดังกล่าวเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดผลที่ไม่ควรจะเป็น กล่าวคือ หากฎีกาในเนื้อหาของคดีกลับต้องห้าม แต่ฎีกาข้อปลีกย่อยกลับฎีกาได้ ซึ่งเป็นช่องทางก่อให้เกิดการประวิงคดี ด้วยเหตุผลดังกล่าวการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยขึ้นมานั้น จึงเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยที่ 2 คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 2 โจทก์ไม่ได้แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความในชั้นฎีกาให้ (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-ไพศาล เจริญวุฒิ-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44779
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053365"
    }
}
date
2545
deka_no
3257/2545
deka_running_no
3257
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 248"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท สแกนดิเนเวียลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง นารี แตงไทย กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 112,533.33 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 12,533.33 บาท นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2541 ซึ่งเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายเวลาอุทธรณ์ 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลาอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 ต่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในกำหนดระยะเวลาที่ขยาย จึงไม่รับอุทธรณ์ และในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ศาลชั้นต้นอนุญาตและจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์อีก 3 ครั้ง ในครั้งที่ 3 ศาลชั้นต้นเห็นว่าศาลได้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายเวลาชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 2 ครั้ง แล้วครั้งที่ 3 จำเลยที่ 2 คงอ้างเหตุเหมือน 2 ครั้งแรกว่า เพราะจำเลยที่ 2 ไปต่างจังหวัดยังไม่กลับมาจึงนำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระไม่ทันอนุญาตเป็นครั้งสุดท้ายให้ขยายเวลาถึงวันที่ 13 เมษายน 2542 ต่อมาจำเลยที่ 2 กลับยื่นคำร้องขอขยายเวลาชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 4 อ้างเหตุเดิมอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้ให้เวลามากพอที่จำเลยที่ 2 จะหาเงินค่าธรรมเนียมศาลมาวางศาลได้จึงไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอีก ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง แม้ฎีกาของจำเลยที่ 2 จะไม่ใช่ฎีกาในเนื้อหาแห่งคดี เป็นฎีกาคัดค้านเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาลล่างทั้งสองที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงก็ตามก็ต้องตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 248 ดังกล่าวเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดผลที่ไม่ควรจะเป็น กล่าวคือ หากฎีกาในเนื้อหาของคดีกลับต้องห้าม แต่ฎีกาข้อปลีกย่อยกลับฎีกาได้ ซึ่งเป็นช่องทางก่อให้เกิดการประวิงคดี ด้วยเหตุผลดังกล่าวการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยขึ้นมานั้น จึงเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยที่ 2 คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 2 โจทก์ไม่ได้แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความในชั้นฎีกาให้
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001013.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545