คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4070/2545 ฉบับเต็ม

#44809
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4070/2545 ธนาคาร ศรีนคร จำกัด โจทก์ นาย วีระชาติ ศิริยงวัฒนา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 156 เดิมจำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์แล้วครั้งหนึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คดีจึงฟังได้เป็นข้อยุติว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ครั้งใหม่ โดยอ้างเหตุว่ายากจนลงกว่าเดิมแม้จะฟังได้ตามข้ออ้างของจำเลย ศาลก็ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชียืม และบังคับจำนอง จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน6,173,166.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ในต้นเงิน 4,596,466.79 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบถ้วน จำเลยอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 15 วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง หลังจากนั้นจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลอีกหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายขอขยายระยะเวลาไปจนถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2543 ก่อนครบกำหนด จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง และให้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ 11 สิงหาคม 2543 ตามที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาครั้งสุดท้าย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาว่า มีเหตุทำให้จำเลยยากจนกว่าเดิม ดังนั้นศาลควรอนุญาตให้ไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์จำเลย เห็นว่าเดิมจำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาแล้วครั้งหนึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ให้ยกคำร้องและศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คดีจึงฟังได้เป็นข้อยุติว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ครั้งใหม่โดยอ้างเหตุว่ายากจนลงกว่าเดิม แม้จะฟังได้ตามข้ออ้างของจำเลย ศาลก็ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วิรัช ลิ้มวิชัย-ไพศาล เจริญวุฒิ-ศิริชัย สวัสดิ์มงคล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
44809
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051943"
    }
}
date
2545
deka_no
4070/2545
deka_running_no
4070
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "ศิริชัย สวัสดิ์มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 156"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ศรีนคร จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย วีระชาติ ศิริยงวัฒนา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชียืม และบังคับจำนอง จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน6,173,166.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ในต้นเงิน 4,596,466.79 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบถ้วน

จำเลยอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 15 วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง หลังจากนั้นจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลอีกหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายขอขยายระยะเวลาไปจนถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2543 ก่อนครบกำหนด จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีก

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง และให้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ 11 สิงหาคม 2543 ตามที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาครั้งสุดท้าย

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาว่า มีเหตุทำให้จำเลยยากจนกว่าเดิม ดังนั้นศาลควรอนุญาตให้ไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์จำเลย เห็นว่าเดิมจำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาแล้วครั้งหนึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ให้ยกคำร้องและศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คดีจึงฟังได้เป็นข้อยุติว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ครั้งใหม่โดยอ้างเหตุว่ายากจนลงกว่าเดิม แม้จะฟังได้ตามข้ออ้างของจำเลย ศาลก็ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001001.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545