คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2583/2551 ฉบับเต็ม

#451867
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2583/2551 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางปราณี โตยัง โจทก์ร่วม นางมันยิตกอร์ คาราบันดา กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) คดีความผิดต่อส่วนตัวและยังไม่ถึงที่สุด โจทก์ร่วมจะถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความเมื่อใดก็ได้ โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ทนายโจทก์ร่วมมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยทั้งสอง ถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและเจรจาทำความตกลงประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ร่วมได้ แม้โจทก์ร่วมมิได้มอบอำนาจให้ทนายโจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์ต่อศาล ทนายโจทก์ร่วมก็มีอำนาจยอมความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคสอง และมีผลผูกพันโจทก์ร่วม การที่ทนายโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์เนื่องจากจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์ร่วมบางส่วน จึงมีผลเป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1) (3) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นางปราณี ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (ที่ถูก มาตรา4 (1) (3)) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทนายโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ จำเลยทั้งสองไม่คัดค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว และยังไม่ถึงที่สุด โจทก์ร่วมจะถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความเสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ทนายโจทก์ร่วมมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยทั้งสอง ถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และเจรจาทำความตกลงประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ร่วมได้ แม้โจทก์ร่วมมิได้มอบอำนาจให้ทนายโจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์ต่อศาลก็ตาม แต่ทนายโจทก์ร่วมย่อมมีอำนาจขอยอมความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 35 วรรคสอง และมีผลผูกพันโจทก์ร่วม การที่ทนายโจทก์ร่วมยื่นคำร้องต่อศาลว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์ร่วมบางส่วนแล้ว โจทก์ร่วมไม่ประสงค์จะดำเนินคดีนี้แก่จำเลยทั้งสองอีกต่อไปและขอถอนคำร้องทุกข์ จึงมีผลเป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ. (ศิริชัย วัฒนโยธิน-ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล-กีรติ กาญจนรินทร์) ศาลจังหวัดพระโขนง - นางนฤมล พงษ์สุวรรณ ศาลอุทธรณ์ - นายอธิคม อินทุภูติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.342/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2116/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5683/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
451867
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระโขนง",
        "judge": "นางนฤมล พงษ์สุวรรณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอธิคม อินทุภูติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082010553"
    }
}
date
2551
deka_no
2583/2551
deka_running_no
2583
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ศิริชัย วัฒนโยธิน",
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล",
    "กีรติ กาญจนรินทร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางปราณี โตยัง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางมันยิตกอร์ คาราบันดา กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1) (3) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นางปราณี ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (ที่ถูก มาตรา4 (1) (3)) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทนายโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ จำเลยทั้งสองไม่คัดค้าน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว และยังไม่ถึงที่สุด โจทก์ร่วมจะถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความเสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ทนายโจทก์ร่วมมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยทั้งสอง ถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และเจรจาทำความตกลงประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ร่วมได้ แม้โจทก์ร่วมมิได้มอบอำนาจให้ทนายโจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์ต่อศาลก็ตาม แต่ทนายโจทก์ร่วมย่อมมีอำนาจขอยอมความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 35 วรรคสอง และมีผลผูกพันโจทก์ร่วม การที่ทนายโจทก์ร่วมยื่นคำร้องต่อศาลว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์ร่วมบางส่วนแล้ว โจทก์ร่วมไม่ประสงค์จะดำเนินคดีนี้แก่จำเลยทั้งสองอีกต่อไปและขอถอนคำร้องทุกข์ จึงมีผลเป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)

ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ.
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2116/2543
primary_red_case_no
อ5683/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000628.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.342/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551