คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2876/2552 ฉบับเต็ม

#451869
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2876/2552 พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นางอริศรา ยะสะวุฒิ กับพวก โจทก์ร่วม นางสาวกัญญาภัทร ตันยะกุล จำเลย ป.อ. มาตรา 288, มาตรา 90, มาตรา 80 ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคสอง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้ตาย และพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ตาม ป.อ.มาตรา 288 และ ป.อ. มาตรา 288 ประกอบ มาตรา 80 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานฆ่าผู้ตายซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดฐานนี้ แต่ยังคงลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้ตายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกฟ้องความผิดในบทที่เบากว่า และแก้ไขบทลงโทษจากหลายบทเป็นบทเดียว โดยไม่ได้แก้ไขโทษด้วยอันเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี คดีจึงต้องห้ามโจทก์มิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 60, 33 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางอริศรา ผู้เสียหาย และเด็กชายตุลยวัต บุตรของผู้ตาย โดยนางอริศรา มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำคุก 8 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ส่วนกำหนดโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่านายสกุล ผู้ตาย และพยายามฆ่านางอริศรา โจทก์ร่วมที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้ตายตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดฐานนี้ แต่ยังคงลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้ตายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกฟ้องความผิดในบทที่เบากว่า และแก้ไขบทลงโทษจากหลายบทเป็นบทเดียว โดยไม่ได้แก้โทษด้วย อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี คดีจึงต้องห้ามโจทก์มิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง ที่โจทก์ฎีกาว่า จากคำเบิกความของพยานโจทก์รับฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมที่ 1 เพื่อช่วยเหลือมารดาที่ชุลมุนตบตีอยู่กับโจทก์ร่วมที่ 1 แต่จำเลยไม่มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน จึงยิงไม่ถูกโจทก์ร่วมที่ 1 ขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ซึ่งวินิจฉัยไว้แล้วว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ฎีกาของโจทก์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของโจทก์. (ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล-กีรติ กาญจนรินทร์-ศิริชัย วัฒนโยธิน) ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นางสาวขวัญยืน ศรีพระราม ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายประพนธ์ กองมะลิกันแก้ว แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2356/2548 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3874/2541 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ7664/2544 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
451869
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา",
        "judge": "นางสาวขวัญยืน ศรีพระราม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายประพนธ์ กองมะลิกันแก้ว"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082003464"
    }
}
date
2552
deka_no
2876/2552
deka_running_no
2876
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล",
    "กีรติ กาญจนรินทร์",
    "ศิริชัย วัฒนโยธิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 288",
            "ม. 90",
            "ม. 80"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 218 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางอริศรา ยะสะวุฒิ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวกัญญาภัทร ตันยะกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 60, 33 และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางอริศรา ผู้เสียหาย และเด็กชายตุลยวัต บุตรของผู้ตาย โดยนางอริศรา มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำคุก 8 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ส่วนกำหนดโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่านายสกุล ผู้ตาย และพยายามฆ่านางอริศรา โจทก์ร่วมที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้ตายตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดฐานนี้ แต่ยังคงลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้ตายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกฟ้องความผิดในบทที่เบากว่า และแก้ไขบทลงโทษจากหลายบทเป็นบทเดียว โดยไม่ได้แก้โทษด้วย อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี คดีจึงต้องห้ามโจทก์มิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง ที่โจทก์ฎีกาว่า จากคำเบิกความของพยานโจทก์รับฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมที่ 1 เพื่อช่วยเหลือมารดาที่ชุลมุนตบตีอยู่กับโจทก์ร่วมที่ 1 แต่จำเลยไม่มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน จึงยิงไม่ถูกโจทก์ร่วมที่ 1 ขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ซึ่งวินิจฉัยไว้แล้วว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมที่ 1 ฎีกาของโจทก์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3874/2541
primary_red_case_no
อ7664/2544
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000565.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2356/2548
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552